ถอดธรรมบรรยายประกอบภาพและเสียง “นวัตกรรมแห่งสติ๓๗”

แบ่งปันสิ่งดีๆ

คลิปนวัตกรรมแห่งสติ๓๗ ณ วัดพระธาตุแสงเทียน (เย็น ๒๒ ก.ค.๖๐) พระธรรมเทศนาโดย หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท

พระพุทธยานันทภิกขุหลวงพ่อมหาดิเรกพุทธยานันโทDirekSaksithDevaNandaดิเรกศักดิ์สิทธิ์นวัตกรรมการเจริญสติแบบเคลื่อนไหวแนวหลวงพ่อเทียนจิตตสุโภBuddhismVipassanaวิปัสสนาศาสนาพุทธพุทธศาสนา Dynamic Meditationนวัตกรรมแห่งสติmindfulnessclubชมรมคนรักสติพลิกใจให้ตื่นรู้เซนสยามนาโนแห่งมหาสติวัดพระธาตุแสงเทียนแพร่

คนดีต้องรักษา

หน่อไผ่ในวัดไม่มีหนาม และมีรสอร่อย
จึงมีคนมาขุดไปเยอะ
สิ่งไหนที่เป็นประโยชน์คนก็ชอบ
และช่วยกันรักษาไว้
ต้นไผ่ป่าประโยชน์น้อยเพราะเป็นหนาม
มีรสขม คนจึงไม่ค่อยรักษา
พอใหญ่โตไม่มีใครเอามันได้
ต้นไม้ที่เป็นประโยชน์ คนก็รักษาสืบทอดไว้
เหมือนคนดีที่มีประโยชน์ คนก็ช่วยรักษาไว้
และช่วยกันขยายต้นไผ่ออกไปเรื่อยๆ
ต้นไผ่ป่าค่อยๆ หายไป จนใกล้จะสูญพันธุ์
เพราะมันมีประโยชน์น้อย
ไผ่ที่มีประโยชน์มากคือที่เรากินหน่อและมีรสหวาน
คนดีก็เหมือนกัน เราพยายามที่จะรักษา
เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม
ช่วยกันรักษาพระพุทธศาสนา
เราทำในสิ่งที่ดีไว้ให้คนได้ใช้สอย
สิ่งที่ดีต้องเป็นประโยชน์
ถ้าไม่มีประโยชน์มันก็ไม่ดี
เราเป็นคนดีเพื่อให้คนได้ใช้
เราปลูกต้นไผ่ที่มีประโยชน์เพื่อให้คนได้กิน
การมาปฏิบัติ คือการทำความดี
เพื่อคนทั้งหลายที่เขายังไม่มีดี
เขาจะได้ใช้ความดีของเรา
วันหนึ่งเขาได้เห็นว่าความดีนั้นมันเป็นอย่างไร
เขาจะเริ่มเป็นคนดีขึ้นมาได้
เราแต่ละคนก็มีสิ่งที่ไม่ดีมาก่อน
เราเห็นคนที่ดีๆ เขามีความสุข มีความสบาย
เราก็อยากเป็นคนดีบ้าง จึงค่อยละชั่วไป
การที่เราจะทำอะไรดีๆ
ต้องเห็นประโยชน์ในสิ่งที่ดีก่อน
แล้วค่อยพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ
จากความดีขั้นธรรมดา เป็นความดีขั้นกลาง
และเป็นความดีขั้นสูงสุด
พัฒนาสิ่งที่ดีๆ ขึ้นไปเรื่อยๆ

พระพุทธยานันทภิกขุหลวงพ่อมหาดิเรกพุทธยานันโทDirekSaksithDevaNandaดิเรกศักดิ์สิทธิ์นวัตกรรมการเจริญสติแบบเคลื่อนไหวแนวหลวงพ่อเทียนจิตตสุโภBuddhismVipassanaวิปัสสนาศาสนาพุทธพุทธศาสนา Dynamic Meditationนวัตกรรมแห่งสติmindfulnessclubชมรมคนรักสติพลิกใจให้ตื่นรู้เซนสยามนาโนแห่งมหาสติวัดพระธาตุแสงเทียนแพร่

คนดีมีหลายระดับ

๑. ดีเพราะการให้ทาน ให้วัตถุ ให้อภัย ให้ธรรมะเป็นทาน คนดีชอบให้ คนจัญไรชอบเอา
๒. ดีเพราะการรักษา รักษาศีล รักษาข้อวัตรปฏิบัติ รักษากายใจตนเองไม่ให้ขุ้นมัวเศร้าหมอง รักษาคุณธรรม เมื่อรักษาตัวเองได้ก็รักษาคนอื่นได้ รักษาทรัพย์สมบัติ รักษาชื่อเสียง รักษาสุขภาพ รักษาเกียรติยศ
๓. ทำความดีให้มากขึ้น จนสามารถแจกจ่ายผู้อื่นได้ด้วย เช่นพระพุทธเจ้า ท่านเกิดมาแต่ละชาติเพื่อสร้างบารมีให้มีมากขึ้น จนบารมีครบ สามารถแจกจ่ายคนทั่วโลกได้ เกือบสามพันปีแล้วยังแจกไม่หมดเลย คำสอนของท่านยิ่งแจกจ่ายไปก็ยิ่งขยายออกไป
ความดีขั้นที่๑ บางคนก็ทำได้ บางคนก็ทำไม่ได้
บางคนชอบให้ บางคนไม่ชอบให้
คนส่วนใหญ่ต้องเห็นแก่ตนเองไว้ก่อน
เมื่อใดเราลดความเห็นแก่ตัวเองลง
ก็เป็นความดีขั้นที่หนึ่งแล้ว
ให้วัตถุ ให้อภัย ให้ธรรมะ ทั้งสามอย่าง
เมื่อเราฝึกการให้แล้ว ก็ต้องมีการรักษา
รักษาศีล รักษาพระวินัย รักษากฎระเบียบ
รักษากายใจตัวเอง รักษาข้อวัตรปฏิบัติ
รักษาให้ได้มากขึ้นเรื่อยๆ
เกิดเป็นมนุษย์ เรามีโอกาสสร้างคุณงามความดีได้มาก

พระพุทธยานันทภิกขุหลวงพ่อมหาดิเรกพุทธยานันโทDirekSaksithDevaNandaดิเรกศักดิ์สิทธิ์นวัตกรรมการเจริญสติแบบเคลื่อนไหวแนวหลวงพ่อเทียนจิตตสุโภBuddhismVipassanaวิปัสสนาศาสนาพุทธพุทธศาสนา Dynamic Meditationนวัตกรรมแห่งสติmindfulnessclubชมรมคนรักสติพลิกใจให้ตื่นรู้เซนสยามนาโนแห่งมหาสติวัดพระธาตุแสงเทียนแพร่

ปรุงอาหารใจจากไตรลักษณ์

อาตมาถามชาวบ้านว่าตัดหน่อไม้นี้ไปทำไม
เขาบอกว่าเอาไปทำอาหาร
ถามเขาว่าทานเลยได้มั้ย
เขาตอบว่าไม่ได้เพราะมันขมและแข็ง
ต้องเอาไปปรุงไปต้มจนกระทั่งกินได้
หน่อไม้ทั้งหน่อเหมือนธรรมชาติ
ธรรมชาติดิบๆ มันกินไม่ได้ ต้องมาปรุงใหม่
ไตรลักษณ์เหมือนธรรมชาติดิบๆ
เหมือนหน่อไม้ดิบ เหมือนเนื้อไก่เนื้อหมูดิบๆ
ยังกินไม่ได้ ต้องนำมาปรุงแต่ง คัดเลือก
ธรรมชาติไตรลักษณ์ของกายใจ
ต้องนำมาปรุงโดยใช้สติปัญญา
เหมือนทำวัตถุดิบให้เป็นอาหาร
ถ้าเราทำอาหารไม่เป็น ก็กินสิ่งนั้นไม่ได้
ถ้าเราทำอาหารเป็น
กฎไตรลักษณ์ที่เป็นธรรมชาติ
จะแปลงเป็นอาหารใจ

อนิจจังเปลี่ยนเป็นศีล
ทุกขังเปลี่ยนเป็นสมาธิ
อนัตตาเปลี่ยนเป็นปัญญา

ปรุงมาเป็นอาหารที่มีประโยชน์
ศีลหล่อเลี้ยงร่างกาย
สมาธิหล่อเลี้ยงจิตใจ
ปัญญาหล่อเลี้ยงอารมณ์

กาย ใจ อารมณ์ ได้รับสารอาหาร
ทำให้เราเข้มแข็ง

เราสามารถเพิ่มอาหารให้มีมากขึ้น
เพื่อแจกจ่ายผู้อื่นได้ไม่สิ้นสุด

พระพุทธยานันทภิกขุหลวงพ่อมหาดิเรกพุทธยานันโทDirekSaksithDevaNandaดิเรกศักดิ์สิทธิ์นวัตกรรมการเจริญสติแบบเคลื่อนไหวแนวหลวงพ่อเทียนจิตตสุโภBuddhismVipassanaวิปัสสนาศาสนาพุทธพุทธศาสนา Dynamic Meditationนวัตกรรมแห่งสติmindfulnessclubชมรมคนรักสติพลิกใจให้ตื่นรู้เซนสยามนาโนแห่งมหาสติวัดพระธาตุแสงเทียนแพร่

ธาตุสี่รวมกันได้ก็สลายได้

กฎอนิจจังทำงานของมัน
แม้ว่าเจดีย์ที่พม่าจะสร้างไว้อย่างดี
แต่ก็จมน้ำหายไปกับตา
คนที่รับอนิจจังไม่ได้ ก็เป็นทุกขัง
วันหนึ่งเราก็จะล้มแบบเจดีย์
ล้มด้วยธาตุทั้งสี่
บางครั้งล้มด้วยธาตุไฟ
บางครั้งก็ล้มด้วยธาตุดิน
บางครั้งล้มด้วยธาตุน้ำ
บางครั้งล้มด้วยธาตุลม
บางครั้งถูกไฟไหม้ น้ำท่วม แผ่นดินถล่ม
ดิน น้ำ ลม ไฟ รวมกันได้ก็สลายได้
ถ้าเรายอมรับไม่ได้ก็จะเป็นทุกข์

หน้าที่ของเราคือทำให้ธาตุทั้งสี่สมดุลกัน ก็จะอยู่ได้นาน

ถ้าน้ำมากไปก็เป็นเบาหวาน ถ้าดินมากก็ปวดเมื่อย
ถ้าลมมากก็เป็นความดัน ถ้าไฟมากก็เลือดลมไม่ดี

กฎอนิจจังทำงานอย่างซื่อสัตย์ตลอดเวลา
เรามีหน้าที่ศึกษาเพื่อปรับสมดุล ดิน น้ำ ลม ไฟ
ให้มันพอดีเราก็จะอยู่ได้

ธาตุไหนเกินเราก็ต้องลด ธาตุไหนน้อยก็เพิ่ม
เมื่อธาตุสี่สมดุล โรคต่างๆ ก็จะหาย

พระพุทธยานันทภิกขุหลวงพ่อมหาดิเรกพุทธยานันโทDirekSaksithDevaNandaดิเรกศักดิ์สิทธิ์นวัตกรรมการเจริญสติแบบเคลื่อนไหวแนวหลวงพ่อเทียนจิตตสุโภBuddhismVipassanaวิปัสสนาศาสนาพุทธพุทธศาสนา Dynamic Meditationนวัตกรรมแห่งสติmindfulnessclubชมรมคนรักสติพลิกใจให้ตื่นรู้เซนสยามนาโนแห่งมหาสติวัดพระธาตุแสงเทียนแพร่

ธาตุสี่ภายนอกและภายใน

ถ้าเราอาศัยธาตุสี่แล้วรักษาไม่เป็น
ดินมากเกินบ้าง น้ำมากเกินบ้าง
ไฟมากเกินบ้าง ลมมากเกินบ้าง
เราก็แปรปรวนเปลี่ยนแปลงไป
เราเกิดด้วยธาตุสี่ เราก็ต้องสลายด้วยธาตุสี่
ถ้าเราไม่ปฏิบัติ เราก็ยอมรับการสลายของธาตุไม่ได้
เราพิจารณาอย่างนี้ทุกวัน
อะไรแปรปรวนเปลี่ยนแปลงขึ้นมาเราก็ไม่ทุกข์
แต่มีหน้าที่ซ่อมแซมแก้ไขให้มันสมดุล
เมื่อธาตุสี่สมดุล โรคก็หาย
เมื่อธาตุสี่ไม่สมดุล โรคก็เกิด
พระพุทธเจ้าพบหลักมัชฌิมาปฏิปทา
สมดุลทั้งธาตุสี่ภายในและธาตุสี่ภายนอก
ธาตุสี่ภายนอกคือ ดิน น้ำ ลม ไฟ
ธาตุสี่ภายในคือ นิยามทั้งสี่ ได้แก่
จิตนิยาม พีชนิยาม อุตุนิยาม ธรรมนิยาม
พีชนิยามคือธาตุดิน
อุตุนิยามคือธาตุลม
จิตนิยามคือธาตุไฟ
ธรรมนิยามรวมทั้งหมดเข้าด้วยกัน
ทั้งหมดทำงานร่วมกันอย่างถูกต้อง
เรียกว่าธรรมนิยาม
ถ้าทั้งหมดทำงานไม่สมดุลกันก็เป็นไตรลักษณ์
ทุกขัง อนิจจัง อนัตตา

พระพุทธยานันทภิกขุหลวงพ่อมหาดิเรกพุทธยานันโทDirekSaksithDevaNandaดิเรกศักดิ์สิทธิ์นวัตกรรมการเจริญสติแบบเคลื่อนไหวแนวหลวงพ่อเทียนจิตตสุโภBuddhismVipassanaวิปัสสนาศาสนาพุทธพุทธศาสนา Dynamic Meditationนวัตกรรมแห่งสติmindfulnessclubชมรมคนรักสติพลิกใจให้ตื่นรู้เซนสยามนาโนแห่งมหาสติวัดพระธาตุแสงเทียนแพร่

ธาตุสี่ไม่สมดุลกิเลสเกิด

เราปฏิบัติธรรมเพื่อที่จะสมดุล
ปรับความพอดีให้กับกายใจอยู่เสมอ
ถ้ากายกับใจมีความพอดีแล้ว
เราก็จะสบาย โรคภัยไข้เจ็บก็น้อย
การที่โรคภัยไข้เจ็บเกิดขึ้น เพราะมันไม่สมดุล
เป็นกฎของอนิจัง
ความสมดุลทางกายไม่มีโดยธรรมชาติ
เราต้องปรับไปเรื่อยๆ บ่อยๆ
ความสมดุลทางจิตจะเกิดขึ้น
เมื่อเราปรับความพอดีทางกายเป็น
ถ้าปรับความพอดีทางกายไม่เป็น
มันก็ไปเกิดความไม่พอดีทางจิต
ทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บทางจิตใจ
เรียกว่ากิเลส
กิเลสเกิดขึ้น เพราะเราไม่รู้จักทำให้ธาตุสี่สมดุล
การปฏิบัติแบบเคลื่อนไหวทำให้เกิดปัญญา
ในการปรับความพอดีของกายและใจให้เป็น
ต้องทำบ่อยๆ

พระพุทธยานันทภิกขุหลวงพ่อมหาดิเรกพุทธยานันโทDirekSaksithDevaNandaดิเรกศักดิ์สิทธิ์นวัตกรรมการเจริญสติแบบเคลื่อนไหวแนวหลวงพ่อเทียนจิตตสุโภBuddhismVipassanaวิปัสสนาศาสนาพุทธพุทธศาสนา Dynamic Meditationนวัตกรรมแห่งสติmindfulnessclubชมรมคนรักสติพลิกใจให้ตื่นรู้เซนสยามนาโนแห่งมหาสติวัดพระธาตุแสงเทียนแพร่

ลมหายใจไม่พอต้องสร้างจังหวะด้วย

บางคนเคลื่อนไหวแบบลมหายใจอย่างเดียว
ยังไม่พอ เพราะมันน้อยเกินไป
ต้องใช้การเคลื่อนไหวมือด้วย
การสร้างจังหวะต้องลืมตาทำ
ถ้าหลับตาจะเข้าไปในความสงบ
แล้วจะไม่รู้ตัว
จิตรับรู้ได้หกทาง แต่เวลาเรามาสร้างจังหวะ
เรารับรู้ได้สามทาง คือทางตา หูและทางกาย
ถ้าจิตรับรู้ทางเดียว โฟกัสเข้มเกินไปเป็นจุดเล็กๆ
เหมือน pointer รอบตัวมันจะมืด
แต่ถ้าโฟกัสแบบไฟฉาย แสงมันจะกว้าง
แต่ถ้าเราถอดหน้าโฟกัสของ pointer ออก
แสงมันก็กระจายออกสว่างไปทั่ว
ขยายจุดโฟกัสเล็กๆ ให้กว้างขึ้น
เราสามารถรับรู้ได้อย่างน้อยสามทาง
ตารับรู้ หูได้ยิน กายเคลื่อนไหว
ไม่ต้องโฟกัสร้อยเปอร์เซ็นต์ แค่ห้าสิบๆ
จากหกทางเหลือแค่สามทาง
ให้แสงสว่างมันทั่ว รู้ตัวทั่วพร้อม
ถ้าไม่มีโฟกัสเลย หรือมีโฟกัสมาก มันก็ไม่พร้อม
ถ้าโฟกัสมากไปก็เหลือจุดเล็กๆ
ถ้าไม่โฟกัสเลยก็กว้างออกไป
นี่คือวิธีปฏิบัติ
จากหกทางเหลือแค่สามทาง
ตา หู และกาย

พระพุทธยานันทภิกขุหลวงพ่อมหาดิเรกพุทธยานันโทDirekSaksithDevaNandaดิเรกศักดิ์สิทธิ์นวัตกรรมการเจริญสติแบบเคลื่อนไหวแนวหลวงพ่อเทียนจิตตสุโภBuddhismVipassanaวิปัสสนาศาสนาพุทธพุทธศาสนา Dynamic Meditationนวัตกรรมแห่งสติmindfulnessclubชมรมคนรักสติพลิกใจให้ตื่นรู้เซนสยามนาโนแห่งมหาสติวัดพระธาตุแสงเทียนแพร่

สามทางสว่างสู่ความรู้สึกตัว

เวลาเราไปทำงานรู้ไปด้วยสามทาง
(หลวงพ่อดื่มน้ำ) ตาเห็น กายรู้ ลิ้นรับรส
สามทางร่วมกันก็จะสำเร็จประโยชน์
ถ้าทางเดียวก็ไม่สำเร็จประโยชน์
นี่คือวิธีการหลวงพ่อเทียน
ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาแต่คนนึกไม่ถึง
ถ้าหลับตาก็จะเหลือแค่สองทาง
คือกายกับหู ใจก็ชักจะไม่สว่างแล้ว
ถ้าลืมตาด้วย ได้ทั้งตา หู กาย ไปพร้อมกัน
จะทำอะไรก็พอทำได้
ถ้าเหลือสองอย่าง คือหูกับกาย แล้วหลับตา
ทำอะไรก็ยากแล้ว
นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราต้องเคลื่อนไหวด้วย
และทำงานควบคู่กันไปด้วย
เพราะจิตมีความสามารถถึงหกทาง
เหลือแค่สามทางก็พอดี มีความสมดุล ก็จะไว

พระพุทธยานันทภิกขุหลวงพ่อมหาดิเรกพุทธยานันโทDirekSaksithDevaNandaดิเรกศักดิ์สิทธิ์นวัตกรรมการเจริญสติแบบเคลื่อนไหวแนวหลวงพ่อเทียนจิตตสุโภBuddhismVipassanaวิปัสสนาศาสนาพุทธพุทธศาสนา Dynamic Meditationนวัตกรรมแห่งสติmindfulnessclubชมรมคนรักสติพลิกใจให้ตื่นรู้เซนสยามนาโนแห่งมหาสติวัดพระธาตุแสงเทียนแพร่

ใจสั่งมือ

อยู่บ้านถ้ามีเวลาเราก็นั่งสร้างจังหวะ
นอกนั้นในชีวิตประจำวันจับโน่นย้ายนี่
คือการเคลื่อนไหวเหมือนกัน
เมื่อก่อนถ้าเราจะยกกระติก
เราทุ่มใจไปที่กระติกหมดเลย
แต่พอเราปฏิบัติในชีวิตประจำวัน
เราทุ่มใจไปที่มืออย่างเดียว
ไม่ต้องคิดถึงกระติก
กระติกมันอยู่โดยธรรมชาติอยู่แล้ว
ใช้แค่สิบเปอร์เซ็นต์ก็พอ
ความรู้สึกเก้าสิบเปอร์เซ็นต์อยู่ที่มือ
เมื่อก่อนความรู้สึกอยู่ที่กระติกหมดเลย
อยู่ที่มือแค่สิบเปอร์เซ็นต์
การเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน
ต้องเอาใจมาไว้ที่ตัว
เมื่อก่อนเราไม่รู้ เราเอาใจไปไว้ที่วัตถุที่ต้องการ
วันนี้ได้ปรารภกันเรื่องของการแปรสภาพธรรมชาติ
ให้เป็นสิ่งที่ใช้ได้
แปรสภาพการเคลื่อนไหวของกายทั้งหมดที่เป็นธรรมชาติ
มาแปรสภาพให้เป็นศีล สมาธิ ปัญญา ก็จะใช้ได้
แต่คนที่แปรสภาพไม่เป็น
เหมือนคนที่แกงหน่อไม้ไม่เป็น
ก็ไม่ได้กินแกงหน่อไม้
เหมือนมีเนื้อสักก้อนหนึ่ง
กินเนื้อไม่ได้เพราะแปลงไม่เป็น
เราแปลงสภาพการเคลื่อนไหวที่เป็นธรรมชาติ
ให้เป็นธรรม

พระพุทธยานันทภิกขุหลวงพ่อมหาดิเรกพุทธยานันโทDirekSaksithDevaNandaดิเรกศักดิ์สิทธิ์นวัตกรรมการเจริญสติแบบเคลื่อนไหวแนวหลวงพ่อเทียนจิตตสุโภBuddhismVipassanaวิปัสสนาศาสนาพุทธพุทธศาสนา Dynamic Meditationนวัตกรรมแห่งสติmindfulnessclubชมรมคนรักสติพลิกใจให้ตื่นรู้เซนสยามนาโนแห่งมหาสติวัดพระธาตุแสงเทียนแพร่

ติดสงบสบายปัญญาไม่เกิด

เราติดในความสงบสบาย ปัญญาไม่เกิด
การเข้าถึงธรรมะต้องใช้ปัญญา ไม่ใช่ความสงบ
ธรรมชาติเปลี่ยนให้เป็นธรรมสัจจะ
หรือสัจจธรรม ความจริงโดยธรรมชาติ
ธรรมชาติเป็นเรื่องจริงบ้างไม่จริงบ้าง
ธรรมสัจจะเป็นเรื่องจริงล้วนๆ
กฎไตรลักษณ์เป็นสัจจธรรม
มาแปลงเป็นไตรสิกขา เป็นธรรมสัจจะ
หน่อไม้ที่เรานำมาแกง กับหน่อไม้ที่เรานำมากิน
เป็นอันดียวกัน
หน่อไม้ก่อนที่เราจะเอามาแกง เป็นธรรมชาติ
แต่พอนำมาแกงแล้วกินได้ เป็นธรรมสัจจะ
ผลไม้ที่อยู่บนต้นกินไม่ได้
แต่นำมาแปลงให้เป็นผลไม้ในจาน กินได้
เป็นธรรมสัจจะ
Direk Saksith
www.buddhayanando.com
f: พระพุทธยานันทภิกขุ (goo.gl/Nyk2ap),
พลิกใจให้ตื่นรู้ (goo.gl/rPzyfo),เซนสยาม (goo.gl/heEHDK),
หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท (goo.gl/QDxgyj),
Dynamic Meditation (นวัตกรรมแห่งสติ) goo.gl/zZTixP
กลุ่มพระพุทธยานันทภิกขุ goo.gl/caEgh9
……………………………………..
คลิปนวัตกรรมแห่งสติ๓๗ goo.gl/AjsbdD

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *