ถอดธรรมบรรยายประกอบภาพและเสียง “นวัตกรรมแห่งสติ๔๒”

แบ่งปันสิ่งดีๆ

พระธรรมเทศนาโดย หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท ณ วัดพระธาตุแสงเทียน (เย็น ๓๐ ก.ค.๖๐) เรื่อง สามีจิกรรม

พระพุทธยานันทภิกขุหลวงพ่อมหาดิเรกพุทธยานันโทDirekSaksithDevaNandaดิเรกศักดิ์สิทธิ์นวัตกรรมการเจริญสติแบบเคลื่อนไหวแนวหลวงพ่อเทียนจิตตสุโภBuddhismVipassanaวิปัสสนาศาสนาพุทธพุทธศาสนา Dynamic Meditationนวัตกรรมแห่งสติmindfulnessclubชมรมคนรักสติพลิกใจให้ตื่นรู้เซนสยามนาโนแห่งมหาสติวัดพระธาตุแสงเทียนแพร่

ผิดสมมติคนอื่นลงโทษ ผิดปรมัตถ์ลงโทษตัวเอง

ผู้มีคุณธรรมต่ำไปล่วงละเมิดผู้มีคุณธรรมสูงเป็นบาป
เราจึงต้องมีพิธีการขอขมาตามประเพณีที่ดีงาม
พุทธศาสนามีสองระบบ
ระบบสมมติและระบบปรมัตถ์
ระบบสมมติใช้กับสังคมส่วนรวม
ระบบปรมัตถ์ใช้กับสังคมส่วนตัว
สังคมส่วนรวม คำว่าสมมติเป็นข้อตกลงร่วมกัน
เรียกชื่อนี้เป็นป้า ชื่อนี้เป็นพ่อ
สมมติผู้หญิงคนนี้เป็นแม่ ชายคนนี้เป็นพ่อ
เราก็ต้องเรียกตามนั้น
ถ้าไม่เรียกตามนั้นก็จะผิดสมมติ
เราเรียกผู้ชายคนนั้นเป็นพระ เราก็เคารพแบบพระ
เรียกว่าทำถูกต้องตามสมมติ
เรียกคนนี้ว่าพ่อแม่ ก็ต้องเคารพเป็นพ่อแม่
ซึ่งความจริงแล้วโดยปรมัตถ์
เป็นเพียงธาตุสี่ขันธ์ห้า เป็นรูปนามเหมือนกันหมด
แต่โดยสมมติท่านจะแยกแยะไว้ตามสถานะ
คนไหนไปล่วงละเมิดผิดพลาดเข้าก็ถือว่าผิดสมมติ
บ้านเราเรียกว่าผิดผีบ้าง ผิดเทดาบ้าง
เป็นเทวทัณฑ์ พรหมทัณฑ์
เทวดาลงโทษ พรหมลงโทษ ผีลงโทษ เพราะผิดสมมติ
แต่ถ้าผิดปรมัตถ์ เราลงโทษตัวเอง
ถ้าผิดสมมติคนอื่นลงโทษ
การลงโทษตัวเองกับคนอื่นลงโทษ
อันไหนมีความถูกต้องมากกว่ากัน
การลงโทษตัวเองหมายความว่าคนนั้นต้องสำนึกผิดก่อน
แล้วลงโทษตัวเองว่าต่อไปนี้ข้าพเจ้าจะไม่ทำอีก
ข้าพเจ้าจะไม่พูดอีก ไม่คิดอีก
คนนั้นก็จะหยุดพูด หยุดทำ หยุดคิด ในสิ่งที่ไม่ดีงาม
ภาษาพระเรียกว่าปลงอาบัติ
คือการสารภาพบาปและไม่ทำสิ่งนั้นต่อไป
แต่ถ้าเราขืนทำอยู่ แสดงว่าโทษยังมีอยู่

พระพุทธยานันทภิกขุหลวงพ่อมหาดิเรกพุทธยานันโทDirekSaksithDevaNandaดิเรกศักดิ์สิทธิ์นวัตกรรมการเจริญสติแบบเคลื่อนไหวแนวหลวงพ่อเทียนจิตตสุโภBuddhismVipassanaวิปัสสนาศาสนาพุทธพุทธศาสนา Dynamic Meditationนวัตกรรมแห่งสติmindfulnessclubชมรมคนรักสติพลิกใจให้ตื่นรู้เซนสยามนาโนแห่งมหาสติวัดพระธาตุแสงเทียนแพร่

ผิดสมมติไม่สบายกาย ผิดปรมัตถ์ไม่สบายใจ

ในพุทธศาสนาท่านไม่ให้ประมาททั้งสองด้าน
ทั้งสมมติและปรมัตถ์
ถ้าประมาททางด้านสมมติ
ก็ทำให้เราเจ็บป่วย ไม่สบายกาย
ถ้าประมาททางด้านปรมัตถ์
ทำให้เจ็บป่วยไม่สบายใจ
ผิดสมมติทำให้ไม่สบายกาย
ผิดปรมัตถ์ทำให้ไม่สบายใจ
จึงมีความสำคัญทั้งสองอย่าง
ถ้ากายไม่สบาย ใจก็ไม่สบายด้วย
ถ้าใจไม่สบาย กายก็ไม่สบายด้วย
มันเชื่อมโยงถึงกัน
แต่ถ้าเราทำถูกต้องทั้งสมมติและปรมัตถ์
เราก็จะสบายกาย สบายใจ
สิ่งนี้เป็นกฎธรรมชาติ ไม่มีใครตั้งขึ้น
พระพุทธเจ้าก็ยอมรับกฎอันนี้
พระพุทธเจ้ากำลังเดินอยู่ ได้ยินพระแสดงธรรม
ท่านก็ต้องยืนฟังอยู่ข้างนอก ยังไม่กล้าเข้ามา
พระพุทธเจ้าทั้งปวงก็เคารพพระธรรม
เพราะพระธรรมเป็นสิ่งสูงสุด
คนธรรมดาเป็นพระพุทธเจ้าได้
เพราะมีพระธรรม
เจ้าชายสิทธัตถะได้เป็นพระพุทธเจ้า
เพราะท่านมีธรรม
พระธรรมมีอยู่ในตัวคนทุกคน
คนไหนปฏิบัติธรรมรักษาศีล
คนนั้นก็เรียกว่าเป็นคนมีพระธรรม
ใครล่วงละเมิดคนมีพระธรรมจะเป็นบาปกรรม
ทั้งชาตินี้และชาติหน้า จึงต้องขอขมา
ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นพ่อเป็นแม่ เป็นพี่เป็นน้องกันไม่เกี่ยว
กฎแห่งธรรม ใครทำไม่ถูก เป็นทุกข์หมด

พระพุทธยานันทภิกขุหลวงพ่อมหาดิเรกพุทธยานันโทDirekSaksithDevaNandaดิเรกศักดิ์สิทธิ์นวัตกรรมการเจริญสติแบบเคลื่อนไหวแนวหลวงพ่อเทียนจิตตสุโภBuddhismVipassanaวิปัสสนาศาสนาพุทธพุทธศาสนา Dynamic Meditationนวัตกรรมแห่งสติmindfulnessclubชมรมคนรักสติพลิกใจให้ตื่นรู้เซนสยามนาโนแห่งมหาสติวัดพระธาตุแสงเทียนแพร่

ถ้าไม่มีปัญญาจะมองไม่เห็นธรรม

แม้แต่พระพุทธเจ้าก็ต้องเคารพพระธรรม
พระธรรมมีอยู่ในคนทุกคน
ถ้าคนไหนมีธรรมเราก็เคารพคนนั้น
คนไหนไม่มีธรรม เราก็เฉยๆ จะว่าไม่เคารพก็ไม่ใช่
เพราะคนเรามีดีแต่ละคนไม่เหมือนกัน
บางคนมีศีล บางคนมีธรรม บางคนมีสุข บางคนมีทุกข์
บางคนมีดี บางคนมีชั่ว ไม่เหมือนกัน
แล้วแต่เราจะเลือกใช้
สิ่งทั้งปวงล้วนเป็นธรรม ธรรมเป็นสิ่งสูงสุด
เราต้องมุ่งประพฤติธรรม
ประพฤติธรรมที่กาย เรียกว่ารูปธรรม
ประพฤติธรรมที่ใจ เรียกว่านามธรรม
ถ้าเราดูแลกายดี เรียกว่าประพฤติกายในธรรมดี
ดูแลใจดี ไม่ให้ทุกข์ เรียกว่าประพฤติใจในธรรมดี
ดูแลกายให้ทำถูก ดูแลใจให้ทำถูก คิดถูก
เรียกว่าเป็นผู้ประพฤติธรรมถูกต้อง
อยู่ที่ไหนไม่มีปัญหา
คนที่จะประพฤติธรรมได้ถูกต้องทั้งหมด
จำเป็นต้องมีปัญญา
เพราะธรรมเป็นนามธรรม
ถ้าไม่มีปัญญา จะมองไม่เห็นธรรม
ก็จะทำผิดบ้าง ทำถูกบ้าง ถูกคนอื่นติฉินนินทา
เพราะเราไม่เห็นธรรม ไม่มีปัญญา
ไม่รู้ถูก ไม่รู้ผิด ไม่รู้กาลเทศะ
มองไม่เห็นว่า อันไหนควร อันไหนไม่ควร
ธรรมยังไม่พอ เราก็ต้องประพฤติธรรมต่อไป
ถ้าเราประพฤติธรรมแล้วได้ดวงตาเห็นธรรม
ก็จะรู้ที่ดีที่ชั่ว ที่ต่ำที่สูง ที่ควรไม่ควร
แล้วเราก็จะเคารพในธรรม
การเคารพผู้อื่น เราไม่ได้เคารพตัวคนนั้น
แต่เคารพธรรมที่มีอยู่ในตัวคนนั้น
เรากราบพ่อ ไม่ได้กราบเนื้อหนังของพ่อ
แต่เรากราบคุณธรรมที่มีอยู่ในตัวพ่อ
ที่ท่านมีเมตตากรุณา อุตส่าห์เลี้ยงเรามา
เราเคารพคุณธรรมของแม่ที่อุตส่าห์อุ้มท้องเลี้ยงเรามาจนเติบใหญ่
ถ้าท่านไม่มีธรรม ท่านอาจจะไม่เลี้ยงเรา
อาจจะบีบจมูกเราตายตั้งแต่เล็กๆ แล้ว
ท่านมีธรรม ทุกข์ยากลำบากอย่างไร ท่านก็เลี้ยงเรามา
เรียกว่ากราบพระธรรมที่มีในคุณแม่
กราบพระธรรมที่มีอยู่ในอุบาสก อุบาสิกา
พระสงฆ์ สามเณร ผู้หญิง ผู้ชาย
เราไม่ได้กราบตัวสมมติ แต่เรากราบตัวปรมัตถ์
ที่มีอยู่ในคนนั้น ซึ่งแต่ละคนมีไม่เท่ากัน
คนที่มีธรรมมาก คนก็เคารพนับถือมาก
เรากราบคนที่มีพระธรรมมาก เราก็ได้บุญ
เพราะท่านจะสอนให้เราประพฤติธรรม
คนไหนมีพระธรรมน้อย กราบแล้วได้บุญน้อย
เพราะท่านไม่สามาถสอนให้เราประพฤติธรรมได้
เรื่องนี้เราต้องไม่ประมาท

พระพุทธยานันทภิกขุหลวงพ่อมหาดิเรกพุทธยานันโทDirekSaksithDevaNandaดิเรกศักดิ์สิทธิ์นวัตกรรมการเจริญสติแบบเคลื่อนไหวแนวหลวงพ่อเทียนจิตตสุโภBuddhismVipassanaวิปัสสนาศาสนาพุทธพุทธศาสนา Dynamic Meditationนวัตกรรมแห่งสติmindfulnessclubชมรมคนรักสติพลิกใจให้ตื่นรู้เซนสยามนาโนแห่งมหาสติวัดพระธาตุแสงเทียนแพร่

ผู้อ่อนน้อมถ่อมตนย่อมได้รับพรอันประเสริฐ

“อะภิวาทะนะสีลิสสะ นิจจัง วุฒาปะจายิโน
จัตตาโร ธัมมาวัฑฒันติ อายุ วัณโณ สุขัง พลัง”
เวลาเราไปถวายสังฆทาน พระจะพูดคำนี้ประจำ
หมายความว่าคนเราจะได้รับพร อายุยืน สุขภาพดี
มีกำลังวังชาสติปัญญาดี
พรทั้งสี่ประการนี้ ย่อมเกิดแก่บุคคลที่มีความอ่อนน้อมถ่อมตน
ต่อผู้อาวุโสโดยคุณวุฒิ ชาติวุฒิ ธรรมาวุฒิ
เราไปที่ไหนไม่อ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ลดตัวตนให้กับผู้อาวุโส
เราจะไม่ได้รับพรอันนี้ เราก็จะเดือดร้อน
อาตมาถือแบบนี้ ไม่ว่าจะไปที่ไหน
ไปวัดพระธาตุห้วยสวดครั้งแรก พาพระกราบท่านเจ้าอาวาส
ท่านก็พยายามถามพรรษาเรา
“ผมกราบคุณธรรมหลวงพ่อ ไม่เกี่ยวข้องด้วยพรรษา
หลวงพ่อดูแลวัดมาได้ยี่สิบกว่าปี แสดงว่ามีคุณธรรม”
เรียกว่ามีปกติอ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่
เราต้องถือว่าเราเป็นผู้น้อยเสมอ
ถ้าเราคิดว่าเราเป็นผู้ใหญ่แล้ว เราจะกลายเป็นผู้น้อย
ผู้หลักผู้ใหญ่ที่แท้จริง ต้องอ่อนน้อมถ่อมตนไว้ก่อน
หลวงพ่อไปที่ไหนไม่ค่อยบอกอายุพรรษา
กราบเขาก่อน เราอยู่ที่ไหนก็ทำตนให้เล็กเสมอ
เราเคารพกันที่อายุ ใครที่อายุสูงกว่าเราต้องกราบไว้ก่อน

พระพุทธยานันทภิกขุหลวงพ่อมหาดิเรกพุทธยานันโทDirekSaksithDevaNandaดิเรกศักดิ์สิทธิ์นวัตกรรมการเจริญสติแบบเคลื่อนไหวแนวหลวงพ่อเทียนจิตตสุโภBuddhismVipassanaวิปัสสนาศาสนาพุทธพุทธศาสนา Dynamic Meditationนวัตกรรมแห่งสติmindfulnessclubชมรมคนรักสติพลิกใจให้ตื่นรู้เซนสยามนาโนแห่งมหาสติวัดพระธาตุแสงเทียนแพร่

ผู้มีปัญญาจะไม่ตัดสินคนจากภายนอก

เราอยู่ในวัด ไม่รู้ว่าใครมีศีลมีธรรมมาก
เราจะไปคิดเอาแต่สิ่งที่เราเห็นภายนอกไม่ได้
คนนั้นไม่เรียบร้อย เราประเมินว่าเขาไม่มีธรรมไม่ได้
คนนี้เรียบร้อยดี เขาคงจะมีธรรม ก็ไม่ใช่
เพราะคุณธรรมภายในไม่ได้วัดด้วยสิ่งที่เราเห็น
เราวัดกันที่เขามีความสุข ไม่มีความทุกข์
ถ้ามีความสุขมาก แสดงว่ามีธรรมมาก
ถ้ามีความทุกข์มาก แสดงว่ามีคุณธรรมน้อยอยู่
คนไหนที่ไม่มีทุกข์ เขาร่าเริงเบิกบาน อาจจะดูไม่เรียบร้อย
แต่เขาไม่มีทุกข์ เพราะคุณธรรมเขาสูง
เราจะไปตัดสินในสิ่งที่เห็นภายนอกไม่ได้
เรียกว่าเราไม่มีปัญญา
คนมีปัญญาจะไม่ตัดสินคนในขณะที่เห็น
แต่จะคบคนไปนานๆ เข้าไปใกล้ชิด ไปคุย ไปถาม
ทักทาย เคารพกันไว้ก่อน เราจะได้ไม่ผิดพลาด
คนเราจะรู้จักกัน
๑. ด้วยความคุ้นเคย
๒. ด้วยการสนทนาธรรม
๓. ด้วยการอยู่ร่วมกัน
พระพุทธเจ้าเรียกว่าสีลสามัญญตา ทิฏฐิสามัญญตา
เป็นสิ่งที่สำคัญ
อาตมาอยู่กับพระผู้น้อยมาเยอะ ก็จะบอกให้เขาสบายใจ
ว่าสิ่งที่ผมไม่รู้ก็เยอะ จะได้เรียนรู้จากท่าน
สิ่งที่ท่านไม่รู้ก็เยอะ ท่านจะได้เรียนรู้จากผม
เพราะฉะนั้น เราอยู่ร่วมกัน เรียนรู้ซึ่งกันและกัน
แลกเปลี่ยนของดีซึ่งกันและกัน เป็นเพื่อนกัน
ถึงแม้ผมจะมีอายุพรรษามามาก
ผมก็ไม่ได้เอาอายุพรรษามาเป็นอุปสรรค
สิ่งที่ผมยังไม่รู้มีอีกเยอะ
ถ้าผมเอาอายุพรรษามาเป็นอุปสรรค
ผมก็จะกลายเป็นคนโง่

สมมติคือเปลือกปรมัตถ์คือเนื้อ

เป็นสิ่งที่ดีที่เราได้แสดงออกเรื่องสามีจิกรรม
จะทำให้เราได้ตั้งต้นกันใหม่
อันไหนผิดพลาดไปแล้วทางกาย วาจา ใจ
ก็ตั้งต้นกันใหม่ สิ่งที่แล้วไปไม่ถูกต้อง เรารู้แล้วก็ทิ้งไป
เหมือนเราอยากกินทุเรียน มังคุด ลำใย
เปลือกมันสวยงามขนาดไหน ก็ต้องทิ้งไป เพราะกินไม่ได้
ชื่อเสียงเกีรยติยศส่วนตัว มันจะดีขนาดไหนก็กินไม่ได้
เรากินเนื้อมันคือความมีคุณธรรม มีใจกว้างขวาง
มีจิตเมตตา ให้อภัย อันนี้เป็นเนื้อ ที่เราได้กิน
เราเป็นหญิง เป็นชาย เป็นอุบาสก อุบาสิกา
เป็นคนสำคัญอย่างโน้นอย่างนี้ เป็นเปลือกกินไม่ได้
ขืนกินเข้าไปก็อันตราย
แต่เปลือกก็มากับเนื้อ เนื้อถ้าไม่มีเปลือกก็อยู่ไม่ได้
สมมติกับปรมัตถ์มาด้วยกัน
สมมติคือเปลือก ปรมัตถ์คือเนื้อ ห่อกันมา
แต่เวลาใช้จริงๆ ให้ใช้ปรมัตถ์ ใช้ความจริง
สมมติวางไว้ใช้ตามสมควร ตามฐานะที่เขาให้
ถ้าเขาไม่ให้ เราก็ไม่ต้องบอกว่าเราเป็นอะไร
หลวงพ่อจึงไม่เอาเรื่องสมมติมากเกินไป
ให้เราเป็นเจ้าคุณอะไร ไม่เอารุงรัง
ทำให้ตัวตนใหญ่เกินไป เราจะเรียนรู้ยาก
พอเรียนรู้ยากเราก็เป็นคนไม่รู้ คนโง่
แต่พอเราไม่มียศฐาบรรดาศักดิ์ เราเรียนรู้ได้ง่าย
เรียนรู้กับใครก็ได้ เขาไม่ต้องมาเกรงกลัวอะไรเรา
ทำให้เราได้ความรู้เยอะ ก็เป็นประโยชน์
เมื่อได้ความรู้เยอะ ทำให้เราทำงานได้เยอะ
เกิดมาชาติหนึ่งเราทำอะไรให้เต็มที่ก่อนตาย
เราก็ไม่รู้ว่าเราจะตายวันไหน ต้องรีบทำในสิ่งที่ดีๆ

พระพุทธยานันทภิกขุหลวงพ่อมหาดิเรกพุทธยานันโทDirekSaksithDevaNandaดิเรกศักดิ์สิทธิ์นวัตกรรมการเจริญสติแบบเคลื่อนไหวแนวหลวงพ่อเทียนจิตตสุโภBuddhismVipassanaวิปัสสนาศาสนาพุทธพุทธศาสนา Dynamic Meditationนวัตกรรมแห่งสติmindfulnessclubชมรมคนรักสติพลิกใจให้ตื่นรู้เซนสยามนาโนแห่งมหาสติวัดพระธาตุแสงเทียนแพร่

เกิดคือปวดท้อง ตายคือถ่ายออก

อะไรที่ยังไม่รู้ ก็รีบปฏิบัติให้มันรู้เสีย
พรุ่งนี้มะรืนนี้เราป่วย เราตาย จะได้ไม่เสียใจ
ถ้าอะไรก็ยังไม่ได้ทำ อันยังไม่รู้ อันนั้นยังไม่เห็น
พอป่วยขึ้นมาเดือดร้อนใจแล้ว ใจไม่มีที่พึ่ง
สาละวนไปเรื่องต่างๆ ตกนรกแล้ว
แต่พอเรามีที่พึ่ง เจ็บก็ดี ตายก็ดี
จะได้หมดเวรหมดกรรมไป
ทำใจให้สงบเยือกเย็น สบาย
พร้อมที่จะป่วย พร้อมที่จะตาย
ทำให้ไปสวรรค์ไปนิพานได้ง่าย
ทำใจปล่อยวางได้อย่างนี้
ถ้าไม่ปฏิบัติธรรม เกิดเจ็บป่วยก็ร้อนใจ
ถ้าปฏิบัติธรรม เกิดเจ็บป่วยก็ทำใจสบายๆ
เพราะทุกคนก็ต้องตาย เราจะกลัวไปทำไม
เกิดการปล่อยวางได้ ไม่กลัว
จิตก็สงบ ยอมรับความจริง
เมื่อยอมรับความจริง จิตก็ไม่เดือดร้อนวุ่นวาย
ความเกิดคือหายใจเข้า ความตายคือหายใจทิ้งไปเท่านั้นเอง
ความเกิดคือปวดท้อง ความตายคือไปถ่ายออก
ถ้าเราไม่ตาย ท้องเราจะเป็นอย่างไร
ถ่ายไม่ออกก็ทุกข์หนัก
ให้สมมติว่าการเกิดคือปวดท้อง
การตายคือถ่ายออก
เราก็ไม่กลัวความตาย
ยอมรับความตาย ตายเมื่อไรก็ได้ เหมือนเราไปถ่าย
เราเกิดมาต้องตาย แต่จะตายให้สบายได้อย่างไร
ถ่ายออกคือสบาย ถ่ายไม่ออกคือไม่สบาย ทุกข์หนัก
Direk Saksith
www.buddhayanando.com
f: พระพุทธยานันทภิกขุ (goo.gl/Nyk2ap),
พลิกใจให้ตื่นรู้ (goo.gl/rPzyfo),เซนสยาม (goo.gl/heEHDK),
หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท (goo.gl/QDxgyj),
Dynamic Meditation (นวัตกรรมแห่งสติ) goo.gl/zZTixP
กลุ่มพระพุทธยานันทภิกขุ goo.gl/caEgh9

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *