ใช้สติปรับธาตุสี่ให้สมดุล

แบ่งปันสิ่งดีๆ

องค์ประกอบของความร้อนและความเย็น

ถ้าพูดถึงการปรับธาตุสี่
ให้เหมาะกับฤดูกาล
ให้นึกถึงสภาพข้างนอก
ถ้าสภาพข้างนอกเย็น
ก็ปรับอุณหภูมิให้สูงขึ้น
 
องค์ประกอบของความร้อน
และความเย็นคืออะไร?
 
องค์ประกอบความเย็น
มีสองตัว คือน้ำกับลม
 
องค์ประกอบของความร้อน
ก็มีสองตัว คือไฟกับดิน
 
เราป้องกันข้างนอกอย่างไร
เราก็ป้องกันข้างในอย่างนั้น
 
ธาตุสี่ของเราก็คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ
ในทางกาย เมื่อเป็นฤดูหนาว
เราก็เพิ่มอาหารที่เป็นธาตุไฟ
กับธาตุดินให้แก่ร่างกาย
 
เมื่อถึงฤดูร้อนเราเพิ่มอาหาร
ที่เป็นธาตุน้ำและธาตุลม เป็นต้น
(ส่วนอาหารประเภทไหน
เป็นธาตุอะไรบ้าง
ไปหารายละเอียดเอาเองก็แล้วกัน)
 
การปฏิบัติธรรมก็เช่นเดียวกัน
คือการปฏิบัติต่อธาตุสี่
ให้เกิดความสมดุล
 
เช่น ถ้ากินข้าวเหนียว
ซึ่งเป็นธาตุดิน
มันก็ให้ความร้อนและพลังงาน
และจะทำให้เรารู้สึกร้อนทางกาย
 
ถ้าเป็นฤดูหนาว
ก็ช่วยให้เรารู้สึกอบอุ่นขึ้น
ถ้าเป็นฤดูร้อน
จะทำให้เรารู้สึกร้อนขึ้นกว่าเดิม
ทั้งทางกายและจิตด้วย
ในคนบางคน

ประโยชน์ของสังขาร

เราจะเห็นว่า การรักษาความสมดุลพอดีของสังขารนั้น รักษายากมาก ดังนั้น สังขารจึงเป็นทุกข์อย่างยิ่ง ต้องเอาใจใส่ดูแลอย่างใกล้ชิดถึงจะอยู่รอดปลอดภัยได้ เมื่อสังขารของเราได้รับทุกข์ เราจะได้ประโยชน์อะไรจากสังขารบ้าง ถ้ามองในแง่ประโยชน์ทางโลกียะ เราอาจจะได้รับความสนุกสนาน ความเอร็ดอร่อยจากการเสพสุขตามอายตนะทั้งหก คือรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส และอารมณ์ แต่เมื่อหมดรสชาติในการเสพสุข ทุกข์ก็เข้ามาแทนที่เหมือนเดิม ดังนั้น เรายังมีชีวิตอยู่ตราบใด ก็ทำหน้าที่บำบัดทุกข์ไปเรื่อยๆ

พระพุทธเจ้าจึงเห็นว่า การบริหารขันธ์นี้เป็นทุกข์อย่างยิ่ง ไม่มีวันจบสิ้นจนกว่าจะจากมันไป ดังนั้น เราต้องเจริญวิปัสสนาเท่านั้น จึงจะได้ประโยชน์ที่แท้จริงจากสังขารทุกข์อันนี้ และการทำวิปัสสนาชนิดที่จะให้เราได้ประโยชน์จากทุกข์นั้นไม่ง่ายนัก แต่ก็มีวิธีอยู่ ถ้าเราตั้งใจอย่างจริงจัง

เกษตรกรผู้เชี่ยวชาญ ในการปลูกต้นโพธิจิต

พระสงฆ์เป็นเนื้อนาบุญของโล
เนื้อนาบุญของเราได้แก่ผู้ที่เป็น
สุปฏิปันโน อุชุปฏิปันโน
ญายะปฏิปันโน สามีจิปฏิปันโน

ถ้าบุคคลที่เป็นเนื้อนาบุญเกิดขึ้น
ท่านก็จะชี้ช่องบอกทาง
ในการทำนุบำรุงพุทธจิตของเร
ให้เจริญงอกงามขึ้นได้

เราได้เข้าใกล้
ศึกษากับบุคคลที่เป็นเนื้อนาบุญ
เราก็จะได้วิธีการ

เหมือนกับเราได้พบกับเกษตรก
ที่รู้จักวิธีการปลูกฝัง แพร่พันธุ์
พัฒนาเมล็ดพืชให้งอกงามได้

ถ้าเราพบกับบุคคลเช่นนั้น
เราก็จะได้รับการพัฒนา
นำเอาความรู้ไปสู่
การพัฒนาโพธิจิตของเรา
ให้เจริญงอกงามขึ้น

จากการที่เราไม่รู้อะไรเลย
ก็เริ่มรู้

จากการที่เราไม่เคยเห็นความคิด
เราก็เห็น

จากการที่เราไม่เคยเห็นเวทนาทุกระดับ
เราก็เห็น

จากการที่เราไม่เคยจัดการเวทนาเป็น
เราก็จัดการเป็น

จากการที่เราไม่เคยเห็นตัวกิเลสตัณหา
ก็เริ่มเห็นเริ่มรู้จัก

นี่คือการเจริญเติบโตของโพธิจิต

พระพุทธยานันทภิกขุ

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *