เริ่มต้นสังเกตอย่างไร

เริ่มต้นสังเกตอย่างไร   ครูบาอาจารย์ อาจจะไม่ได้ไปคุม แต่จะทำให้ดู ไปเป็นเพื่อนในการปฏิบัติ ขอให้พวกเราตั้งใจปฏิบัติ ดูอาการที่มีอยู่ในปัจจุบัน แต่ละขณะๆ ว่าเราประกอบด้วยองค์สามของการปฏิบัติไหม รู้ตัวไหม ตื่นตัวไหม แล้วก็ใจเป็นอย่างไร เศร้าหมองไหม เบิกบานไหม ในช่วงทำวัตร ได้สังเกตทั้งพระ ทั้งโยม ดูเหมือนตกอยู่ในความเพลินอะไรสักอย่าง อย่างเรานั่งสวดไปนานๆ ก็จะง่วงเหงา หลับ กิจกรรมการสวดก็ทำให้มันเพลิน มันหลงได้ แทนที่สวดแล้ว มันจะเกิดความตื่นรู้ เบิกบาน ชัดเจน แต่กลับเป็นการกล่อมให้หลง ที่หลวงพ่อไปจัดอบรม ทั้งในประเทศและต่างประเทศ หลวงพ่อจะเอาพระสูตร โดยเฉพาะสติปัฎฐานสูตร เป็นบทตั้ง ในวันแรกก็จะใช้บทกายานุปัสสนาสติ มาสวด เพราะหนังสือของวัดแพร่แสงเทียน จะเป็นสวดแปลทั้งหมด พระสูตรใหญ่ๆ เป็นสติปัฎฐาน ธัมมจักกัปปวัตนสูตร มาสวด แล้วเอาความหมายมาอธิบาย ในแต่ละขณะ เราต้องสื่อกับตัวเองให้ได้ สื่อทางกายก่อน กายานุปัสสนา สื่ออย่างไร สื่อว่า ขณะนี้ เรานั่งอยู่นี่ นั่งมาเป็นชั่วโมงนานๆ เรารู้สึกอย่างไร รู้สึกหนัก ปวด […]

เทคนิคใหม่ในการเพิ่มกำลังสติ

ประเด็นรายงานผลการปฏิบัติ หลวงพ่อครับ ขอรายงานอารมณ์ หลังจากไปเข้าคอร์สกับหลวงพ่อแล้ว ทำให้เข้าใจวิธีปฏิบัติที่ถูกต้องมากขึ้นครับ เข้าใจเรื่องโยนิโส การปรับการปฏิบัติให้มีความเป็นกลางมากขึ้นในทุกๆด้าน ความอยากบรรลุธรรมลดลงไปมาก เหลือแต่ความพอใจในการปฏิบัติ เบากายเบาใจง่ายขึ้น ความรู้สึกไม่ตึง ปล่อยวางเรื่องที่ไม่เคยวางได้ ความโกรธน้อยลงไปมาก แค่ขุ่นใจก็เห็นแล้ว เข้าใจว่าทำไมคนนั้นเป็นอย่างนั้นคนนี้เป็นอย่างนี้โดยที่ใจรู้สึกเฉยๆ ในรูปแบบทำก่อนนอนประมาณหนึ่งชั่วโมง และ ตอนเช้าอีกสองชั่วโมง ตอนขับรถไปทำงานและระหว่างทำงานก็ใช้อานาปา หลังจากที่สติชัดเจนขึ้นแล้ว ผมใช้ลมหายในการระลึกรู้สติ ซึ่งทำได้ง่ายขึ้นและเป็นอัตโนมัติได้ง่าย ซึ่งเมื่อก่อนสติยังไม่ชัด ทำอย่างไรก็ไม่สามารระลึกได้อัตโนมัติ สามารถแก้อารมณ์ที่เป็นสุขได้แล้ว โดยการปรับการระลึกรู้ลมหายใจให้เป็นธรรมชาติคือ ถ้ารู้ตามลม ความสุขจะเกิด ถ้ารู้พอดีกับลม ความสุขจะเบาบางลง ถ้ารู้ก่อนหรือไปดักรู้ ความรู้สึกจะตึงท้องจะแข้ง ไม่ทราบว่าที่ผมใช้ลมหายใจแบบนี้ถูกต้องไหมครับ ขอหลวงพ่อแนะนำด้วยครับ   ตอบประเด็นรายงานผลปฏิบัติของคุณกฤษติน เจริญพรคุณกฤษติน รู้สึกชื่นใจ กับการรายงานความหน้าการปฏิบัติของคุณ หลังจากที่คุณเข้าร่วมรีทรีทกับหลวงพ่อมี่อาศรมมาตาครั้งนั้น จนถึงตอนนี้ คุณก็ยังทำการบ้านตามรูแปแบบทุกเช้าเย็น และมีการประเมินตนเอง ทุกๆ ขณะของการปฏิบัติงาน ทั้งในและนอกรูปแบบ ถือว่าเป็นการเจริญ โยนิโสมนสิการ ได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือว่าเป็นคุณสมบัติที่สำคัญของนักปฏิบัติ ที่ต้องการความหน้าในการทำวิปัสสนาแบบเคลื่อนไหว ตั้งแต่หลวงพ่อได้ให้คำแนะนำเรื่องนี้มายาวนาน ก็พบนักปฏิบัติเพียงไม่กี่คน ที่สามารถทำตามคุณสมบัติของสติปัฏฐาน 4 […]

คอร์สเจริญสติ 5-12 พฤษภาคม ณ ครุสติสถาน

  คอร์สเจริญสติเจริญปัญญาโดย หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท เจ้าอาวาสวัดพระธาตุแสงเทียน แพร่ พอจ.ดวงศิลป์ ปิยสีโล เจ้าอาวาสวัดป่าโคกดินแดง มหาสารคาม พอจ.สมพงษ์ อินทชูโต เจ้าอาวาสวัดถ้ำแสงเทียน ชัยภูมิ ระหว่าง 5-12 พฤษภาคม 2559 ณ ครุสติสถาน ใกล้วัดบัวผัน ประชาอุทิศ 76 กรุงเทพฯ สมัครติดต่อ:  คุณครูจุ๋ม: 081- 557- 0887 สำนักงานกลาง ร.ร.รุ่งอรุณ โทร 02-8707512-3

กฎเหล็กของการเก็บอารมณ์

กฏสำคัญ 10 ข้อ ของการเก็บอารมณ์   1. เข้าใจก่อนว่า เก็บอารมณ์ไปเพื่ออะไร ตอบว่า เพื่อพัฒนากำลังของสติ สมาธิ สัมปชัญญะ หรือความตั้งใจตามดูความรู้สึกตัวทั่วพร้อมให้เข้มแข็ง ต่อเนื่อง เพราะธรรมสามประการนี่เป็นเหตุให้เกิด สัมมาปัญญา ได้ง่าย สัมมาปัญญา คือตัวรู้ที่มารู้เท่าทันความคิดได้ทันเหตุการณ์ คือความคิดเกิดแล้ว มารู้ทันที มิใช่ว่า ความคิดปรุงแต่งเกิดตั้งนานแล้วเพึ่งรู้ตัว นี้เรียกว่า ไม่ร้เท่าทัน มิใช่สัมมาปัญญา 2. ต้องมีเวลาให้กับเรื่องนี้ชัดเจน ต้องการกี่วัน หรือกี่ชั่วโมง เพื่อจะไม่ต้องเอาเรื่องอื่นมายุ่งด้วย ลงมือตามดูกายใจให้ต่อเนื่องอย่างเดียว ไม่จำเป็น ไม่พูดไม่คุย กินน้อย นอนน้อย เจริญสติมากๆ 3. ขณะทำความเพียร นั่งทำจังหวะ มากกว่าเดิมจงกรม ขณะทำต้องตามดูอาการของทุกขเวทนาต่างๆ ทางกายเป็นหลักถึง 70% อีก 30% ให้ชำเลืองดูอาการของจิตเป็นพักๆ อย่าเพ่งจ้อง แต่สังเกตสบายๆ แต่ไม่ละสายตา จากกายใจเท่านั้นเอง เหมือนแม่ดูแลลูก ไม่บังคับแต่ดูแบบไม่ละสายตาเท่านั้นเอง 4. ตามแก้ไขทุกขเวทนาต่างๆ […]

รายงานคอร์สโพธิปัญญา ณ ครุสติสถาน ๑๑-๑๗ มีนา ๕๙

          คอร์สโพธิปัญญา (๑)   หลวงพ่อมักปรารภอยู่เสมอว่า ผู้ปฏิบัติแต่ละท่าน ต่างละทิ้งหน้าที่การงาน เดินทางไกลมาจากทั่วทุกสารทิศ เพื่อมาแสวงหาทางพ้นทุกข์ ท่านจึงทุ่มเทการสอนอย่างเต็มที่ โดยปกติแล้วคอร์สหลวงพ่อ จะจำกัดจำนวนผู้ปฏิบัติไม่ให้มาก เปรียบได้กับกรุ๊ปทัวร์ ระดับ VIP individual เพื่อการดูแลเอาใจใส่ อย่างใกล้ชิดและทั่วถึง ครุสติสถาน เป็นสถานที่ไม่ใหญ่โตจนเกินไป ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่น้อย แนวซุ้มต้นไทรเรียงรายเขียวขจี เป็นระเบียบเรียบร้อย แสดงถึงความพากเพียรเอาใจใส่ ดูแลรักษาเป็นอย่างดี ศาลาปฏิบัติธรรมลมพัดเย็นสบาย ในบรรยากาศบ้านสวนริมคลอง ห้องพักส่วนตัวพร้อมห้องน้ำ ความหรูหราที่เรียบง่าย ความทันสมัยที่ไร้กาลเวลา ความงดงามที่ไร้การปรุงแต่ง เพียงพอแค่หล่อเลี้ยง ความรู้สึกตัวให้เบิกบาน ปราศจากความงามส่วนเกิน ที่จะต่อเติมความคิดฟุ้งซ่าน และความเพลิดเพลินให้พอกพูน ดุจผลงานของสถาปนิก ผู้รู้จักปล่อยวาง อย่างสูงสุดสู่สามัญ เพื่อรองรับอารมณ์มหาสติ อันบังเกิดขึ้นที่นี่เนืองๆ กัลยาณมิตร พร้อม สถานที่สัปปายะ พร้อม แม่ครัวผู้ชาญฉลาด พร้อม ส่วนที่เหลือคือตัวผู้ปฏิบัติเอง   คอร์สโพธิปัญญา (๒) […]

เราให้อาหารอัตตา อยู่ตลอดเวลา

เราให้อาหารอัตตา อยู่ตลอดเวลา ความอยาก คือ ตัณหา โดยรากลึกๆ แล้ว มันเป็นต้นเหตุให้เกิด อัตตา ตัวตน   เราจะไม่เคยเห็นหน้าตา ที่แท้จริงของมันเลย ถ้าเราไม่เผชิญหน้ากับมันตรงๆ   ความอยากทั้งหลายทั้งปวง ล้วนเป็นเหยื่อ และ อาหาร อันโอชะของ อัตตา   แม้ความอยากเล็กๆ น้อยๆ เช่น ความอยากจะลุก ความอยากจะนั่ง อยากจะไป อยากจะกิน ดื่ม ฯลฯ อะไรเหล่านี้ เราไม่เคยสังเกต และตอบสนองมันไปเรื่อยๆ ก็เท่ากับหล่อเลี้ยงความอยาก ให้มันจัดจ้าน เติบโตขึ้นเรื่อยๆ   อัตตา ก็โตขึ้นเรื่อยๆ จากตัวเล็กเท่าลูกแมว มันเติบโตเท่าแม่เสือได้ในเวลาไม่นาน   ก็เพราะเราไม่รู้จักมัน หลงหาอาหารเลี้ยงมันทุกวััน วันใดหาให้มันกินไม่ทัน มันก็กัดเราเจ็บวันละหลายครั้ง และตายวันละหลายหน   ดังนั้น เมื่อพระพุทธองค์ ได้ประจักษ์แจ้งเห็นตัณหาครั้งแรก พระองค์ถึงกับอุทานออกมาว่า   “เมื่อเรายังไม่พบปัญญาญาณ […]

กระจกเงาเจ้าเล่ห์

กระจกเงาเจ้าเล่ห์ อวิชชา เหมือนกระจก ตัณหา เหมือนความกว้างของกระจก อุปาทาน เหมือนสารปรอท ที่ฉาบอยู่ด้านหลังของกระจก กรรม เหมือนมนุษย์ และสรรพสัตว์ทั้งหลาย ที่เดินเข้าไปใช้กระจก มนุษย์มีทั้งได้เปรียบ และเสียเปรียบในการใช้กระจก เพราะสามารถพัฒนาตนเอง ให้อยู่เหนือสัญชาตญาณได้ ส่วนมนุษย์ที่ยังอยู่ภายใต้ การครอบงำของสัญชาตญาณ แต่มีวิญญาณสูงกว่าสัตว์ ยังมีปัญญา สามารถรู้ว่านี่คือกระจก แต่คนที่พัฒนาตนเองด้วยสัมมาทิฐิ ก็เกิดรู้ว่าควรจะใช้กระจก ในงานอะไรได้บ้าง และจะไม่ใช้กระจกในการหลอกตนเอง เพื่อความสวยงาม แต่คนที่ยังไม่เกิดวิปัสสนาปัญญา ก็จะใช้หลอกตนเอง ใช้ตกแต่งร่างกายของตนใ ห้เกิดความสวยงาม เท่ หล่อ เป็นต้น แต่จะใช้ประโยชน์อย่างอื่น เช่นใช้เพื่อรักษาความปลอดภัย ของร่างกาย ชีวิต และทรัพย์สิน เป็นต้น แต่สัตว์เดรัจฉาน มีระดับจิตวิญญาณต่ำ และค่อนข้างต่ำกว่ามนุษย์ จึงไม่มีความสามารถมากพอ ที่จะรู้เท่าทันการหลอกลวง ของวัตถุภายนอกได้   จิตเป็นเสมือนกระจก ธรรมชาติของจิตวิญญาณก็เหมือนกับกระจก จิตทำหน้าที่เป็นตัวกระจก ความคิดก็เป็นเหมือนแขก ที่แวะเวียนมส่องกระจก คนส่องจะสนใจที่กระจก หรือสนใจที่ใบหน้าตัวเองที่อยู่ในกระจกกันเท่านั้น ฉันใด เราให้ความ […]

เจริญสติแบบไฮเทค

เจริญสติแบบไฮเทค   ถาม: เราต้องเจริญ สติ สมาธิ ปัญญาพร้อมๆ กันเลย อันนี้โยมเข้าใจถูกต้องรึเปล่า เจ้าคะ? ตอบ: การเจริญสติที่ถูกต้อง ต้องประกอบด้วยสมาธิและปัญญาเสมอ เพราะมันจะช่วยควบคุมความอยาก ไม่ให้ลุกลามตามอำนาจของกิเลสตัณหา จะว่าไปแล้ว ความอยากตามสัญชาตญาณ มันปรากฏแทบตลอดเวลาเลยทีเดียว ไม่ว่าเราจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม ดังนั้น ทุกข์จึงเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เมื่อเผลอคล้อยตามความอยากไป แม้เพียงเวลาสั้นๆ ก็ตาม ฉะนั้น พระพุทธองค์จึงตรัสว่า “สติ สัพพัตถะ ปัจจะยา” สติเป็นสิ่งจำเป็นต้องมีตลอดเวลา ถ้าไม่อยากทุกข์มากกว่านี้ ต้องพยายามเจริญสติกันให้ตลอดเวลาเลยทีเดียว คนไม่รู้วิธีเจริญสัมมาสติ ต้องทุกข์อย่างแน่นอน การทำงานของสัมมาสติ เสมือนการทำงานของเครื่องยนต์ ที่จัดตั้งระบบหรือ reset ไว้ลงตัวแล้ว ทำงานได้ถูกต้องแม่นยำรวดเร็วมาก เรียก Psychotexnology หรือไซโคเทคโนโลยีทางจิตเลยทีเดียว   จิตเหมือนจาน ใช้แล้วต้องล้างให้สะอาด   ถาม:   กระผมมีความรู้สึกและเข้าใจอย่างนี้ครับ ปัญหาของโลกล้วนเกิดจากความคิดทางโลก ก็แก้กันด้วยความคิดซึ่งไม่มีทางจบสิ้น แต่การกลับคืนสู่จิตเดิมแท้คือจิตประภัสสรนั้น เป็นการยุติปัญหาทั้งปวง เพราะอยู่เหนือความคิด เหนือเหตุผล […]

ชีวิตคือกลไกของธรรมชาติ

ดูแลศีลกายศีลใจให้ปกติ   ชีวิตเป็นเหมือนเครื่องยนต์ ถ้าเราเอาใจใส่ดีก็จะใช้ประโยชน์ได้มาก ร่างกายและจิตใจมันเสื่อมตลอดเวลา เปลี่ยนแปลงแปรปรวนตลอดเวลา ท่านทั้งหลายจงดูแลมันด้วยความไม่ประมาท “อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะ” ก่อนปรินิพพานพระพุทธองค์ทรงสั่งไว้ แต่เราก็สวดผ่านไปไม่ค่อยคำนึงถึง ไม่เคยนำมาทำเป็นเรื่องเป็นราว ถ้าร่างกายไม่พร้อม นิวรณ์จะเข้าจัด ง่วงก็ง่วงจัด เบื่อก็เบื่อจัด เพราะความผิดปกติของร่างกาย ในฐานะเราที่เป็นผู้ไม่ประมาท เป็นผู้เจริญสติ ถ้ายังดูแลร่างกายรูปธรรมของตัวเองไม่ได้ จะไปดูแลจิตใจได้อย่างไร นิวรณ์ก็ยังเอาออกไม่ได้เลย เราต้องคอยตรวจสอบตัวเอง จะปล่อยให้มันผิดปกติไม่ได้ ต้องทำให้มันปกติ ปกติแปลว่าศีล ถ้าร่างกายผิดปกติ หมายความว่าร่างกายเราผิดศีลแล้ว เมื่อศีลกายผิด ศีลใจก็จะผิดไปด้วย ถ้าร่างกายมีเวทนาจัด ศีลกายก็ผิดแล้ว ศีลใจก็ต้องผิดไปด้วย กลายเป็นความไม่สบาย ขุ่นมัว เศร้าหมอง วิตกกังวล อึดอัดขัดเคือง มันก็จะมาด้วยกันเป็นขบวน     เราถูกของคู่ครอบงำมาตลอดชีวิต   เราจะมาดูว่าการเกิดดับของเวทนา มีส่วนทำให้เกิดสติได้อย่างไร การเกิดดับของกาย มีส่วนทำให้เกิดของคู่ในจักรวาลนี้ เช่น ความพอใจ-ความไม่พอใจ ความดีใจ-ความเสียใจ ความชอบ-ความไม่ชอบ ความรัก-ความชัง ความมืด-ความสว่าง การขึ้น-การลง การเข้า-การออก ผู้หญิง-ผู้ชาย ของคู่ครอบงำชีวิตเราอยู่ […]