ลมหายใจของปรมัตถ์

ลมหายใจของใจ คือสติสัมปชัญญะ สมมติเหมือนเสื้อผ้า ใช้บางเวลาบางชุด แต่ลมหายใจไม่ใช่เสื้อผ้า ที่จะเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาได้ สมมติใช้บางคราว เมื่อมีความจำเป็น แต่ปรมัตถ์จำเป็นต้องใช้ ตลอดเวลา เหมือนลมหายใจ ในแง่ของรูปธรรม ลมหายใจขาดไม่ได้ ในแง่ของนามธรรม ลมหายใจของใจ ก็คือสติสัมปชัญญะ ขาดสติเพียงนิดเดียว เราอาจจะฆ่ากันตาย เรียกว่าอารมณ์ชั่ววูบ สติสัมปชัญญะเป็นตัวพิจารณา ก่อนตัดสินใจ เราต้องฝึกให้มาก เราไม่ได้มาที่นี่เพื่อฝึกสมาธิ แต่มาฝึกสติสัมปชัญญะ เมื่อสติสัมปชัญญะเราดี เราจะจัดการปัญหาต่างๆ ได้ ความสุข ความสงบก็มีมาเอง แต่ถ้าเรามุ่งหวังความสุขสงบ แต่ไม่ได้ละต้นเหตุของปัญหา มันจะสุขสงบยาวนานไม่ได้ สายไฟคือรูป กระแสไฟคือนาม เรื่องของรูป คือโลกสมมติ เป็นสิ่งหนึ่ง เรื่องของนาม คือโลกปรมัตถ์ เป็นอีกสิ่งหนึ่ง แต่ก็อาศัยซึ่งกันและกัน เหมือนกับสายไฟและกระแสไฟ ต่างก็อาศัยกันและกัน เฉพาะสายไฟ เราสามารถสัมผัสได้ แต่เมื่อปล่อยกระแสไฟผ่านแล้ว เราไม่สามารถสัมผัสได้ จึงอุปมาสายไฟ เป็นเสมือนรูป ที่เรียกว่า “สมมติ” และตัวกระแสไฟที่ผ่านไปตามสายไฟ เป็นเสมือนนาม ที่เรียกว่า “ปรมัตถ์” […]

เทียนธรรมรำลึก ณ สวนโมกข์ ๑๒-๑๓ ก.ย. ๕๘

ขั้นตอนการเก็บอารมณ์ ปุจฉา: พระอาจารย์เจ้าคะ การเก็บอารมณ์เข้มที่วัดนี่ มีขั้นตอนอย่างไรคะท่าน ขอโปรดเมตตาชี้แจง เมื่อท่านมีโอกาสด้วยค่ะ วิสัชชนา: ตอนนี้กำลังจัดเก็บอารมณ์เข้ม ที่วัดอยู่พอดี อาจจะต้องมี กฎ ๑๐ ข้อในการเก็บอารมณ์ 1. เข้าใจก่อนว่า เก็บอารมณ์ไปเพื่ออะไร ตอบว่า เพื่อพัฒนากำลังของสติ สมาธิ สัมปชัญญะ หรือความตั้งใจตามดู ความรู้สึกตัวทั่วพร้อม ให้เข้มแข็ง ต่อเนื่อง เพราะธรรมสามประการนี้เป็นเหตุให้เกิด สัมมาปัญญา ได้ง่าย สัมมาปัญญา คือตัวรู้ที่มารู้เท่าทัน ความคิด ได้ทันเหตุการณ์ คือความคิดเกิดแล้ว รู้ทันที มิใช่ว่า ความคิดปรุงแต่ง เกิดตั้งนานแล้ว พึ่งรู้ตัว นี่เรียกว่า ไม่ร้เท่าทัน มิใช่สัมมาปัญญา 2. ต้องมีเวลาให้กับเรื่องนี้ชัดเจน ต้องการกี่วัน หรือกี่ชั่วโมง เพื่อจะได้ไม่ต้องเอาเรื่องอื่นมายุ่งด้วย ลงมือตามดูกายใจให้ต่อเนื่องอย่างเดียว ไม่จำเป็น ไม่พูดไม่คุย กินน้อย นอนน้อย เจริญสติมากๆ 3. ขณะทำความเพียร นั่งทำจังหวะ […]

สำรอกกิเลส

ต้องเห็นไตรลักษณ์นับแสนครั้ง เจริญสติปัฏฐานสี่ เจริญสติ สมาธิ ปัญญา บ่อยๆ ก็จะเห็นความเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ของรูปนาม   เมื่อเห็นบ่อยเข้าก็เกิดปัญญา แต่ถ้าไม่เห็นบ่อยๆ ปัญญาก็ไม่เกิด ต้องเป็นร้อยครั้ง พันครั้ง หมื่นครั้ง แสนครั้ง ปัญญาจึงจะเกิด   ก็ต้องดูบ่อยๆ ดูตั้งแต่เช้าจรดเย็น ดูทุกวัน   หลวงพ่อเทียนจึงให้เข้าเก็บอารมณ์ เพื่อดูอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ตลอด ๒๔ ชั่วโมง   เมื่อดูจนสุกงอม ก็จะเกิดปัญญาสว่างโพล่งขึ้นมา มันเห็นความจริง เกิดนิพพิทาวิราคะ เกิดความเบื่อหน่ายคลายจาง การยึดมั่นถือมั่น   ถ้ายังไม่เกิดปัญญา เราทำเป็นไม่ยึดมั่นถือมั่นเฉยๆ เป็นเพียงสมมติ   แต่ตัวยึดมั่นถือมั่น มันจะหายไปไม่กลับมา ต้องเกิดนิพพิทาญาณ นิพพิทาวิราคะ   เกิดความเหนื่อยหน่าย ในสิ่งที่เราหลง เหมือนกับเราไปกินของแสลง ทำอย่างไรจึงจะสำรอกออกมาได้ เมื่อมันออกไปแล้วก็โล่งเลย   อาการของทุกข์ก็เหมือนกัน […]