ถอดธรรมบรรยายประกอบภาพและเสียง “นาโนแห่งมหาสติ๑๓”

พระธรรมเทศนาโดยหลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท (พระอาจารย์อาวุโสในสายงาน หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ) เช้า วันที่ ๒๕ ตุลาคม ๖๐ ณ สวนพันดาว อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ความพอใจไม่ใช่เรา ความพอใจในเรื่องต่างๆ เป็นหมื่นเป็นแสนความพอใจ มันก็คือความพอใจ เราไม่มีความพอใจต่อเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เป็นหมื่นเป็นแสนความไม่พอใจ มันก็คือความไม่พอใจ ไม่มีอะไรมากกว่านั้น แต่เราแยกประเภทไม่ออก ไม่พอใจพ่อ ไม่พอใจแม่ ไม่พอใจพี่ มันก็คือความไม่พอใจ เราชอบคนนั้นคนนี้เป็นหมื่นคนแสนคน มันก็คือความชอบใจ แต่เราไม่เข้าใจมัน ก็ไปสำคัญมั่นหมายว่า เราชอบ เราไม่ชอบ เราพอใจ เราไม่พอใจ เราไม่ทันสมมติ ทั้งๆ ที่แกนมันคือความรู้สึกแค่สองอย่าง ถ้าเราตามทันความรู้สึกแค่สองอย่าง มันก็จบง่ายๆ แต่ที่มันไม่จบ เพราะว่าเราไม่ได้ดูความรู้สึกสองอย่างนี้ อย่างจริงจัง ต่อเนื่อง เราไปสำคัญผิดคิดว่าความพอใจเป็นเรา เมื่อมันเป็นเราแล้ว ทำให้มันขยายออกไปเรื่อย เราเป็นนั่น เราเป็นนี่ เราเป็นถูก เราเป็นผิด เราเป็นสุข เราเป็นทุกข์ ซึ่งในลักษณะนี้มันแคบเข้ามาจนถึงปัจจุบัน […]

พาหิยทารุจีริยะพระอรหันต์จำเป็น

“รู้สักแต่ว่ารู้” ในแง่ของอารมณ์ปฏิบัติ อยากให้สื่อความหมายของคำว่ารู้เนื้อรู้ตัวให้ขึ้นใจ เพราะเป็นความรู้สักแต่ว่ารู้ ในวิธีการหลวงพ่อเทียน คนที่รู้แบบนี้ไม่ถึงชั่วโมง บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ได้เร็วที่สุด ในบรรดาพระอรหันต์ทั้งหลาย คนนั้นชื่อว่า “พาหิยทารุจีริยะ” ในอดีตชาติเขาเคยบำเพ็ญเพียรมาก่อน ต่อมาเกิดเป็นเพลย์บอยลูกเศรษฐี ไปข่มขืนและฆ่าเขาตาย ในสมัยพระพุทธเจ้าท่านเกิดมาเป็นลูกพ่อค้า ไปค้าขายทางเรือสำเภา เกิดพายุเรืออับปาง ลูกเรือตายหมด ท่านมีบารมีไม่ตายไปติดที่หมู่บ้านหนึ่ง ไม่มีเสื้อผ้าเหลือแต่ตัวล่อนจ้อน ในสมัยนั้นมีนิกายหนึ่ง นับถือว่าถ้าใครแก้ผ้าได้เป็นพระอรหันต์ คนจึงพากันมาบูชาท่าน เพราะคิดว่าท่านเป็นพระอรหันต์ ท่านเลยตกกระไดพลอยโจนต้องตั้งสำนัก แต่ในใจลึกๆ ท่านรู้ว่ามันไม่ใช่ เป็นการหลอกลวงชาวบ้าน ต่อมาได้ข่าวว่ามีพระอรหันต์ตัวจริงเกิดขึ้น ท่านจึงต้องการหนีออกจากสำนัก เพื่อไปพบพระอรหันต์ตัวจริง ท่านต้องการไปถามพระพุทธเจ้าว่า ความเป็นอรหันต์ดีอย่างไร? คนจึงได้พากันมากราบไหว้บูชา และจะเข้าถึงได้อย่างไร? ท่านหนีออกจากสำนักตอนกลางคืน และไปถึงสำนักเชตวันตอนเช้า ท่านได้พบพระพุทธเจ้าขณะที่กำลังจะไปบิณฑบาตร ท่านถามพระพุทธเจ้าว่าพระอรหันต์เป็นอย่างไร? พระพุทธเจ้าให้รอพระองค์บิณฑบาตรกลับมาก่อน แต่ท่านพาหิยทารุจีริยะ ก็ยังตามซักถามอยู่อย่างนั้น พระพุทธเจ้าจึงตรวจสอบวาระจิต พบว่าท่านเคยบำเพ็ญสมถะมานานจึงได้เป็นเช่นนี้ แต่ท่านอยู่ในวิสัยที่จะบรรลุธรรมได้ พระพุทธเจ้าจึงตอบว่า ดูก่อนพาหิยทารุจีริยะ ภาวะที่เห็นอะไรสักแต่ว่าเห็น ไม่ไปปรุงแต่งในสิ่งที่เห็น ได้ยินอะไรก็ตามสักแต่ว่าได้ยิน ไม่ปรุงแต่งในสิ่งที่ได้ยินว่าดีหรือไม่ดี รู้อะไรสักแต่ว่ารู้ ไม่ต้องคิดว่าดีหรือชั่ว ถูกหรือผิด นี้คือสภาวะของผู้เป็นพระอรหันต์ ไม่มีข้างหน้า […]

ถอดธรรมบรรยายประกอบภาพและเสียง “นวัตกรรมแห่งสติ๑๕”

ถอดธรรมบรรยายประกอบภาพและเสียง “นวัตกรรมแห่งสติ๑๕” (ความรู้สึกตัวที่เป็นวิปัสสนา) พระธรรมเทศนาโดยหลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท ณ วัดพระธาตุแสงเทียน (วัดดอย) เช้า ๙ ก.ค. ๖๐ รูปอยู่ใต้กฎไตรลักษณ์ นามอยู่เหนือกฎไตรลักษณ์ ชีวิตประกอบด้วยสองส่วน ส่วนที่เป็นรูปและส่วนที่เป็นนาม ส่วนที่เป็นกายและส่วนที่เป็นจิต ส่วนที่เป็นกาย หรือเป็นรูป หรือเป็นสมมติ เป็นอันเดียวกัน จะต้องตั้งอยู่ภายใต้กฎไตรลักษณ์ทั้งหมด ไม่ว่ารูปที่เล็กที่สุดเป็นอนุภาคหรือปรมาณูก็ตาม ต้องแปรปรวน เปลี่ยนแปลง แตกดับตลอดเวลา หลักอริยสัจบอกว่ารูป หรือทุกข์ หรือวัตถุธาตุ ต้องศึกษา เรียนรู้ เข้าใจ วิจัย เพื่อหาเหตุว่าความทุกข์ ความแปรปรวน ความแตกดับ มาจากไหน เกิดจากอะไร ต้องแก้ไขบำบัด เพื่อให้ความทุกข์ ความแปรปรวนน้อยลง ความแตกดับช้าลง ส่วนของนามที่ไม่มีรูป คือตัวปรมัตถ็ ความรู้สึกล้วนๆ ไม่อยู่ภายใต้เงื่อนไขของไตรลักษณ์ นักวิทยาศาสตร์วิจัยได้แค่รูประดับต่างๆ หยาบ กลาง ละเอียด ประณีต ลึกจนถึงขั้นปรมาณู แต่พระพุทธเจ้าได้ค้นพบ สิ่งที่พ้นจากรูปโดยสิ้นเชิงคือนาม สายไฟคือรูปกระแสไฟคือนาม […]

ถอดธรรมบรรยายประกอบภาพและเสียง “นวัตกรรมแห่งสติ๓๔” เรื่อง “ไตรกิเลส”

ถอดธรรมบรรยาย “นวัตกรรมแห่งสติ๓๔” ณ วัดพระธาตุแสงเทียน (เช้า ๒๑ ก.ค.๖๐) พระธรรมเทศนาโดย หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท เรื่อง ไตรกิเลส ยิ่งใกล้ยิ่งลืม เรามักจะลืมนึกถึงสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว กายกับใจอยู่ใกล้ตัวมากจนเราลืมนึกถึง เพราะความเคยชินหรืออวิชชามาบดบัง เรื่องภายนอกที่เราหลงลืมหรือลืมนึกถึงไม่ใช่อวิชชา เป็นเพียงสัญญาอนิจจา เป็นเรื่องของไตรลักษณ์ เรื่องร่างกาย ความจำ สมอง เป็นกฎไตรลักษณ์ ความผิดพลาดที่เกิดทางร่างกาย โดยเกิดจากความผิดพลาดทางสัญญา เป็นกฎของไตรลักษณ์ ไมใช่กฎของสมุทัย จิตของเราถ้ามันลืมอะไรบางอย่าง เช่น ถ้าเราทุกข์ไปตั้งนาน เพิ่งนึกได้ ทุกข์ทางกายเป็นกฎไตรลักษณ์โดยธรรมชาติ ไม่ใช่สมุทัย ทุกข์ที่เกิดจากความไม่สบายใจเป็นสมุทัย หรือไตรกิเลส ไตรกิเลสคือ อวิชชา ตัณหา อุปาทาน ถ้าเข้าใจกฎทั้งสองอย่างนี้ก็จะไม่สับสน เวลาเราป่วยเรามักนึกถึงว่าทำไมธรรมะไม่ช่วยเรา อันนี้สับสนแล้ว ถ้าเกิดความเศร้าหมองทางด้านจิตใจ เรานึกตำหนิกาย ก็สับสน ที่จริงแล้วมันเป็นเรื่องของใครของมัน รู้ทันความพอใจเป็นสติ เรื่องร่างกายก็เป็นไปตามกฎของธรรมชาติ เรื่องจิตใจก็เป็นไปตามกฎของไตรสิกขา และไตรกิเลส ก่อนที่ไตรลักษณ์จะเปลี่ยนเป็นไตรสิกขา ต้องผ่านมาที่ไตรกิเลสก่อน ถ้าเราไม่ทันความเปลี่ยนแปลง แปรปรวน แตกดับ […]

ถอดธรรมบรรยายประกอบภาพและเสียง “นวัตกรรมแห่งสติ๔๒”

พระธรรมเทศนาโดย หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท ณ วัดพระธาตุแสงเทียน (เย็น ๓๐ ก.ค.๖๐) เรื่อง สามีจิกรรม ผิดสมมติคนอื่นลงโทษ ผิดปรมัตถ์ลงโทษตัวเอง ผู้มีคุณธรรมต่ำไปล่วงละเมิดผู้มีคุณธรรมสูงเป็นบาป เราจึงต้องมีพิธีการขอขมาตามประเพณีที่ดีงาม พุทธศาสนามีสองระบบ ระบบสมมติและระบบปรมัตถ์ ระบบสมมติใช้กับสังคมส่วนรวม ระบบปรมัตถ์ใช้กับสังคมส่วนตัว สังคมส่วนรวม คำว่าสมมติเป็นข้อตกลงร่วมกัน เรียกชื่อนี้เป็นป้า ชื่อนี้เป็นพ่อ สมมติผู้หญิงคนนี้เป็นแม่ ชายคนนี้เป็นพ่อ เราก็ต้องเรียกตามนั้น ถ้าไม่เรียกตามนั้นก็จะผิดสมมติ เราเรียกผู้ชายคนนั้นเป็นพระ เราก็เคารพแบบพระ เรียกว่าทำถูกต้องตามสมมติ เรียกคนนี้ว่าพ่อแม่ ก็ต้องเคารพเป็นพ่อแม่ ซึ่งความจริงแล้วโดยปรมัตถ์ เป็นเพียงธาตุสี่ขันธ์ห้า เป็นรูปนามเหมือนกันหมด แต่โดยสมมติท่านจะแยกแยะไว้ตามสถานะ คนไหนไปล่วงละเมิดผิดพลาดเข้าก็ถือว่าผิดสมมติ บ้านเราเรียกว่าผิดผีบ้าง ผิดเทดาบ้าง เป็นเทวทัณฑ์ พรหมทัณฑ์ เทวดาลงโทษ พรหมลงโทษ ผีลงโทษ เพราะผิดสมมติ แต่ถ้าผิดปรมัตถ์ เราลงโทษตัวเอง ถ้าผิดสมมติคนอื่นลงโทษ การลงโทษตัวเองกับคนอื่นลงโทษ อันไหนมีความถูกต้องมากกว่ากัน การลงโทษตัวเองหมายความว่าคนนั้นต้องสำนึกผิดก่อน แล้วลงโทษตัวเองว่าต่อไปนี้ข้าพเจ้าจะไม่ทำอีก ข้าพเจ้าจะไม่พูดอีก ไม่คิดอีก คนนั้นก็จะหยุดพูด หยุดทำ หยุดคิด ในสิ่งที่ไม่ดีงาม […]

ถอดธรรมบรรยายประกอบภาพและเสียง “นวัตกรรมแห่งสติ๑๒”

พระธรรมเทศนาโดยหลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท (พระอาจารย์อาวุโสในสายงาน หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ) ค่ำวันที่ ๗ กรกฎาคม ๖๐ ณ วัดพระธาตุแสงเทียน อ.เด่นชัย จ.แพร่ วัดเป็นของทุกคนต้องช่วยกันดูแล เมื่อก่อนเราต้องหาดอกไม้มาประดับแจกันหน้าพระ ในงานศพก็จะมีพวงหรีดดอกไม้มาประดับ เสร็จงานก็ทิ้งกัน ซื้อมาไม่ใช่ถูกๆ แต่งานหลวงปู่จันทะ ซื้อต้นไม้กระถางมาประดับหน้าศพ เสร็จงานก็ยกถวายหลวงพ่อมาไว้ที่วัดนี่ กระถางดอกไม้ห่อกระดาษสวยๆ ยกไปประดับหน้าพระ ที่ศาลาและที่หน้าวัด ก็จะสดใส ท่อพีวีซีเก่าๆ เก็บเอามาต่อกัน ซ่อมแซมซุ้มดาวอินคาที่ผุพัง ก่อนจะทิ้งอะไรเราต้องใช้ให้คุ้มค่า เพราะเราผลิตเองไม่ได้ การปฏิบัติธรรมไม่ใช่ว่าเราจะปฏิบัติทางจิตใจ ไม่เหลียวแลวัตถุเลย ต้องไปพร้อมๆ กัน วัตถุทั้งหลายเหมือนรูป คือกายเรา เราต้องบริหารการใช้งานให้ดี ให้ร่างกายเกิดโรคภัยไข้เจ็บน้อยที่สุด ใช้ประโยขน์ได้มากที่สุด จิตใจเหมือนเจ้าของบ้าน ต้องมีระเบียบวินัย ต้องมีสติปัญญาสามารถใช้วัตถุสิ่งของต่างๆ ให้คุ้มค่ากับแรงที่เราเสียไป การปฏิบัติธรรมคือการใช้ทุกสิ่ง ให้เกิดประโยชน์สูงประหยัดสุด เราต้องช่วยกันคิดช่วยกันทำให้วัดน่าอยู่ ไม่ใช่ว่าหลวงพ่อไม่อยู่แล้ววัดกลายเป็นป่าช้า วัดจะต้องสง่างามสดใส ไม่ว่าหลวงพ่อจะอยู่หรือไม่ก็ตาม ช่วยขวนขวายดูแลถึงจะถูกต้อง ถ้าให้หลวงพ่อรับผิดชอบคนเดียว เกิดหลวงพ่อตายไปวัดก็อยู่ไม่ได้ ต้องช่วยกัน ตรงไหนมันรกไม่สะอาด ไม่เป็นระเบียบ […]

ถอดธรรมบรรยายประกอบภาพและเสียง “นวัตกรรมแห่งสติ๓๗”

คลิปนวัตกรรมแห่งสติ๓๗ ณ วัดพระธาตุแสงเทียน (เย็น ๒๒ ก.ค.๖๐) พระธรรมเทศนาโดย หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท คนดีต้องรักษา หน่อไผ่ในวัดไม่มีหนาม และมีรสอร่อย จึงมีคนมาขุดไปเยอะ สิ่งไหนที่เป็นประโยชน์คนก็ชอบ และช่วยกันรักษาไว้ ต้นไผ่ป่าประโยชน์น้อยเพราะเป็นหนาม มีรสขม คนจึงไม่ค่อยรักษา พอใหญ่โตไม่มีใครเอามันได้ ต้นไม้ที่เป็นประโยชน์ คนก็รักษาสืบทอดไว้ เหมือนคนดีที่มีประโยชน์ คนก็ช่วยรักษาไว้ และช่วยกันขยายต้นไผ่ออกไปเรื่อยๆ ต้นไผ่ป่าค่อยๆ หายไป จนใกล้จะสูญพันธุ์ เพราะมันมีประโยชน์น้อย ไผ่ที่มีประโยชน์มากคือที่เรากินหน่อและมีรสหวาน คนดีก็เหมือนกัน เราพยายามที่จะรักษา เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ช่วยกันรักษาพระพุทธศาสนา เราทำในสิ่งที่ดีไว้ให้คนได้ใช้สอย สิ่งที่ดีต้องเป็นประโยชน์ ถ้าไม่มีประโยชน์มันก็ไม่ดี เราเป็นคนดีเพื่อให้คนได้ใช้ เราปลูกต้นไผ่ที่มีประโยชน์เพื่อให้คนได้กิน การมาปฏิบัติ คือการทำความดี เพื่อคนทั้งหลายที่เขายังไม่มีดี เขาจะได้ใช้ความดีของเรา วันหนึ่งเขาได้เห็นว่าความดีนั้นมันเป็นอย่างไร เขาจะเริ่มเป็นคนดีขึ้นมาได้ เราแต่ละคนก็มีสิ่งที่ไม่ดีมาก่อน เราเห็นคนที่ดีๆ เขามีความสุข มีความสบาย เราก็อยากเป็นคนดีบ้าง จึงค่อยละชั่วไป การที่เราจะทำอะไรดีๆ ต้องเห็นประโยชน์ในสิ่งที่ดีก่อน แล้วค่อยพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จากความดีขั้นธรรมดา เป็นความดีขั้นกลาง […]

ถอดธรรมบรรยายประกอบภาพและเสียง “นวัตกรรมแห่งสติ๔๘”

คลิปนวัตกรรมแห่งสติ๔๘ ณ ศูนย์วิปัสสนายุวพุทธิกสมาคมฯ (ศูนย์ ๒ ปทุมธานี) วันที่ ๒ – ๘ สิงหาคม (เย็น ๓ สิงหาคม ๖๐) โดยหลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท ยิ่งเรียนมากยิ่งรู้ยาก ผู้ที่สนใจการเคลื่อนไหวส่วนใหญ่ เป็นพวก intellectual หรือปัญญาชน แต่คนธรรมดาที่จบป.๔ ถ้ามีจิตใจซื่อตรง มีความคิดความเข้าใจที่ถูกต้อง ก็จะเข้าใจได้เร็วเช่นกัน นักปราชญ์ชาวบ้าน ใช้ปัญญาจากประสบการณ์ ศึกษาซื่อๆ ตรงๆ ชัดๆ บางทีเราเรียนรู้อะไรเยอะๆ อาจจะสับสน เพราะใช้ความคิดแทนความรู้ คนที่มีการศึกษาสูงจิตใจอาจจะบิดเบี้ยว ไปตามสมมติ ตามภาษา กลายอุปสรรคอย่างมากในการปฏิบัติ นั่งสมาธิแช่นานๆอาจกลายเป็นอัมพฤกษ์ได้ คำถาม: ๑. การรู้เฉยๆ กับการรู้หนักรู้เบาต่างกันอย่างไร? การรู้หนักเบาเป็นการตัดสินหรือไม่? ๒. เมื่อปฏิบัติใหม่ๆ นั่งสิบห้านาทีก็รู้สึกว่าหนัก ปฏิบัตินานเข้าไม่รู้สึกหนักเลย ใช่ความรู้สึกเฉยๆหรือไม่? ตอบคำถาม: ๑. น้ำสองแก้ว แก้วหนึ่งเป็นน้ำธรรมดา อีกแก้วหนึ่งเป็นน้ำที่มีสี ย่อมไม่เหมือนกัน ๒. […]

ถอดธรรมบรรยายจากคลิป “นวัตกรรมแห่งสติ๕๑”

คลิปนวัตกรรมแห่งสติ๕๑ (เช้า ๕ ส.ค. ๖๐) ณ ศูนย์วิปัสสนายุวพุทธิกสมาคมฯ (ศูนย์ ๒ ปทุมธานี) วันที่ ๒ – ๘ สิงหาคม โดยหลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท จะเลือกเป็นคนประเสริฐหรือเป็นคนประสาท เรามีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง คือพึ่งใจที่สงบ กายที่สงบ การฝึกกรรมฐานช่วยให้เรามีที่พึ่ง ไม่ใช่พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ที่วัด พระรัตนตรัยคือความสะอาด สว่าง สงบ ของกาย วาจา ใจ และสิ่งแวดล้อม ทำให้ชีวิตของเรามีที่พึ่ง คนที่ฝึกฝนตนเองเป็นประจำเป็นคนประเสริฐ คนที่ไม่ชอบฝึกฝนตัวเองเป็นคนประสาท เราจะเป็นคนประเสริฐหรือคนประสาท เราเลือกได้ คนประสาทหมายถึงคนที่ไม่มีระเบียบ ทั้งกาย วาจา ใจ และสิ่งแวดล้อม บางคนแต่งตัวสวยงาม ไปดูที่บ้านรกรุงรังดูไม่ได้เลย มีแต่ความเป็นระเบียบสวยงามทางกาย แต่ทางใจไม่มี สิ่งแวดล้อมก็ไม่มี เราต้องทำไปเรื่อยๆ เพิ่งเริ่มต้นก็ยังดีกว่าไม่มีการเริ่มต้นเลย บางชาติเริ่มต้นมาเป็นร้อยๆ ปี มีวัฒนธรรมที่ลึกมานับพันปี เราเองมีรากฐานวัฒนธรรมที่สับสน เป็นผี เป็นพราหมณ์ […]