ถอดธรรมบรรยายประกอบภาพและเสียง “นวัตกรรมแห่งสติ๑๒”

พระธรรมเทศนาโดยหลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท (พระอาจารย์อาวุโสในสายงาน หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ) ค่ำวันที่ ๗ กรกฎาคม ๖๐ ณ วัดพระธาตุแสงเทียน อ.เด่นชัย จ.แพร่ วัดเป็นของทุกคนต้องช่วยกันดูแล เมื่อก่อนเราต้องหาดอกไม้มาประดับแจกันหน้าพระ ในงานศพก็จะมีพวงหรีดดอกไม้มาประดับ เสร็จงานก็ทิ้งกัน ซื้อมาไม่ใช่ถูกๆ แต่งานหลวงปู่จันทะ ซื้อต้นไม้กระถางมาประดับหน้าศพ เสร็จงานก็ยกถวายหลวงพ่อมาไว้ที่วัดนี่ กระถางดอกไม้ห่อกระดาษสวยๆ ยกไปประดับหน้าพระ ที่ศาลาและที่หน้าวัด ก็จะสดใส ท่อพีวีซีเก่าๆ เก็บเอามาต่อกัน ซ่อมแซมซุ้มดาวอินคาที่ผุพัง ก่อนจะทิ้งอะไรเราต้องใช้ให้คุ้มค่า เพราะเราผลิตเองไม่ได้ การปฏิบัติธรรมไม่ใช่ว่าเราจะปฏิบัติทางจิตใจ ไม่เหลียวแลวัตถุเลย ต้องไปพร้อมๆ กัน วัตถุทั้งหลายเหมือนรูป คือกายเรา เราต้องบริหารการใช้งานให้ดี ให้ร่างกายเกิดโรคภัยไข้เจ็บน้อยที่สุด ใช้ประโยขน์ได้มากที่สุด จิตใจเหมือนเจ้าของบ้าน ต้องมีระเบียบวินัย ต้องมีสติปัญญาสามารถใช้วัตถุสิ่งของต่างๆ ให้คุ้มค่ากับแรงที่เราเสียไป การปฏิบัติธรรมคือการใช้ทุกสิ่ง ให้เกิดประโยชน์สูงประหยัดสุด เราต้องช่วยกันคิดช่วยกันทำให้วัดน่าอยู่ ไม่ใช่ว่าหลวงพ่อไม่อยู่แล้ววัดกลายเป็นป่าช้า วัดจะต้องสง่างามสดใส ไม่ว่าหลวงพ่อจะอยู่หรือไม่ก็ตาม ช่วยขวนขวายดูแลถึงจะถูกต้อง ถ้าให้หลวงพ่อรับผิดชอบคนเดียว เกิดหลวงพ่อตายไปวัดก็อยู่ไม่ได้ ต้องช่วยกัน ตรงไหนมันรกไม่สะอาด ไม่เป็นระเบียบ […]

ถอดธรรมบรรยายประกอบภาพและเสียง “นวัตกรรมแห่งสติ๓๗”

คลิปนวัตกรรมแห่งสติ๓๗ ณ วัดพระธาตุแสงเทียน (เย็น ๒๒ ก.ค.๖๐) พระธรรมเทศนาโดย หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท คนดีต้องรักษา หน่อไผ่ในวัดไม่มีหนาม และมีรสอร่อย จึงมีคนมาขุดไปเยอะ สิ่งไหนที่เป็นประโยชน์คนก็ชอบ และช่วยกันรักษาไว้ ต้นไผ่ป่าประโยชน์น้อยเพราะเป็นหนาม มีรสขม คนจึงไม่ค่อยรักษา พอใหญ่โตไม่มีใครเอามันได้ ต้นไม้ที่เป็นประโยชน์ คนก็รักษาสืบทอดไว้ เหมือนคนดีที่มีประโยชน์ คนก็ช่วยรักษาไว้ และช่วยกันขยายต้นไผ่ออกไปเรื่อยๆ ต้นไผ่ป่าค่อยๆ หายไป จนใกล้จะสูญพันธุ์ เพราะมันมีประโยชน์น้อย ไผ่ที่มีประโยชน์มากคือที่เรากินหน่อและมีรสหวาน คนดีก็เหมือนกัน เราพยายามที่จะรักษา เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ช่วยกันรักษาพระพุทธศาสนา เราทำในสิ่งที่ดีไว้ให้คนได้ใช้สอย สิ่งที่ดีต้องเป็นประโยชน์ ถ้าไม่มีประโยชน์มันก็ไม่ดี เราเป็นคนดีเพื่อให้คนได้ใช้ เราปลูกต้นไผ่ที่มีประโยชน์เพื่อให้คนได้กิน การมาปฏิบัติ คือการทำความดี เพื่อคนทั้งหลายที่เขายังไม่มีดี เขาจะได้ใช้ความดีของเรา วันหนึ่งเขาได้เห็นว่าความดีนั้นมันเป็นอย่างไร เขาจะเริ่มเป็นคนดีขึ้นมาได้ เราแต่ละคนก็มีสิ่งที่ไม่ดีมาก่อน เราเห็นคนที่ดีๆ เขามีความสุข มีความสบาย เราก็อยากเป็นคนดีบ้าง จึงค่อยละชั่วไป การที่เราจะทำอะไรดีๆ ต้องเห็นประโยชน์ในสิ่งที่ดีก่อน แล้วค่อยพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จากความดีขั้นธรรมดา เป็นความดีขั้นกลาง […]

ถอดธรรมบรรยายประกอบภาพและเสียง “นวัตกรรมแห่งสติ๔๘”

คลิปนวัตกรรมแห่งสติ๔๘ ณ ศูนย์วิปัสสนายุวพุทธิกสมาคมฯ (ศูนย์ ๒ ปทุมธานี) วันที่ ๒ – ๘ สิงหาคม (เย็น ๓ สิงหาคม ๖๐) โดยหลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท ยิ่งเรียนมากยิ่งรู้ยาก ผู้ที่สนใจการเคลื่อนไหวส่วนใหญ่ เป็นพวก intellectual หรือปัญญาชน แต่คนธรรมดาที่จบป.๔ ถ้ามีจิตใจซื่อตรง มีความคิดความเข้าใจที่ถูกต้อง ก็จะเข้าใจได้เร็วเช่นกัน นักปราชญ์ชาวบ้าน ใช้ปัญญาจากประสบการณ์ ศึกษาซื่อๆ ตรงๆ ชัดๆ บางทีเราเรียนรู้อะไรเยอะๆ อาจจะสับสน เพราะใช้ความคิดแทนความรู้ คนที่มีการศึกษาสูงจิตใจอาจจะบิดเบี้ยว ไปตามสมมติ ตามภาษา กลายอุปสรรคอย่างมากในการปฏิบัติ นั่งสมาธิแช่นานๆอาจกลายเป็นอัมพฤกษ์ได้ คำถาม: ๑. การรู้เฉยๆ กับการรู้หนักรู้เบาต่างกันอย่างไร? การรู้หนักเบาเป็นการตัดสินหรือไม่? ๒. เมื่อปฏิบัติใหม่ๆ นั่งสิบห้านาทีก็รู้สึกว่าหนัก ปฏิบัตินานเข้าไม่รู้สึกหนักเลย ใช่ความรู้สึกเฉยๆหรือไม่? ตอบคำถาม: ๑. น้ำสองแก้ว แก้วหนึ่งเป็นน้ำธรรมดา อีกแก้วหนึ่งเป็นน้ำที่มีสี ย่อมไม่เหมือนกัน ๒. […]

ถอดธรรมบรรยายจากคลิป “นวัตกรรมแห่งสติ๕๑”

คลิปนวัตกรรมแห่งสติ๕๑ (เช้า ๕ ส.ค. ๖๐) ณ ศูนย์วิปัสสนายุวพุทธิกสมาคมฯ (ศูนย์ ๒ ปทุมธานี) วันที่ ๒ – ๘ สิงหาคม โดยหลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท จะเลือกเป็นคนประเสริฐหรือเป็นคนประสาท เรามีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง คือพึ่งใจที่สงบ กายที่สงบ การฝึกกรรมฐานช่วยให้เรามีที่พึ่ง ไม่ใช่พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ที่วัด พระรัตนตรัยคือความสะอาด สว่าง สงบ ของกาย วาจา ใจ และสิ่งแวดล้อม ทำให้ชีวิตของเรามีที่พึ่ง คนที่ฝึกฝนตนเองเป็นประจำเป็นคนประเสริฐ คนที่ไม่ชอบฝึกฝนตัวเองเป็นคนประสาท เราจะเป็นคนประเสริฐหรือคนประสาท เราเลือกได้ คนประสาทหมายถึงคนที่ไม่มีระเบียบ ทั้งกาย วาจา ใจ และสิ่งแวดล้อม บางคนแต่งตัวสวยงาม ไปดูที่บ้านรกรุงรังดูไม่ได้เลย มีแต่ความเป็นระเบียบสวยงามทางกาย แต่ทางใจไม่มี สิ่งแวดล้อมก็ไม่มี เราต้องทำไปเรื่อยๆ เพิ่งเริ่มต้นก็ยังดีกว่าไม่มีการเริ่มต้นเลย บางชาติเริ่มต้นมาเป็นร้อยๆ ปี มีวัฒนธรรมที่ลึกมานับพันปี เราเองมีรากฐานวัฒนธรรมที่สับสน เป็นผี เป็นพราหมณ์ […]

ถอดธรรมบรรยายประกอบภาพและเสียง นวัตกรรมแห่งสติ๔๕

อบรมวิปัสสนากรรมฐาน ”ไตรลักษณ์ สู่ไตรสิกขา” โดย หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท (พระอาจารย์อาวุโสในสายงาน หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ) ณ ศูนย์วิปัสสนายุวพุทธิกสมาคมฯ ศูนย์ ๒ ปทุมธานี เมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๖๐ #ศีลคือหิน ศีลคือศิลาแปลว่าหิน เราเอาชื่อของหินมาตั้งเป็นศีล หินมีลักษณะดังนี้ ๑ แข็ง หมายถึงความเข้มแข็ง ๒. ไม่หวั่นไหว แตกผุยาก ๓. จมลงก้นน้ำ ๔. ปรับตัวตามสภาพแวดล้อม เวลานำไปตากแดดก็จะร้อน อยู่ในน้ำก็จะเย็น ท่านจึงนำลักษณะของหินมาเป็นชื่อของศีล คนที่มีศีลจึงเป็นคนที่ ๑. หนักแน่น ๒. ไม่หวั่นไหวต่ออะไรง่ายๆ ๓. มีความลึกซึ้ง ๔. เป็นคนที่ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี เวลามีอะไรมากระทบกระแทก ก็ไม่แตกง่าย มีสภาพที่คงที่ ผิดศีลคือผิดปกติ ศีลห้าที่บัญญัติไว้ เราคุ้นกันจนเป็นธรรมเนียมของชาวพุทธ ทำไมจึงต้องนำเรื่องการฆ่าสัตว์มาไว้ข้อที่หนึ่ง คนทุกคนโดยสัญชาตญาณต้องการความปลอดภัย แม้แต่สัตว์ตัวเล็กๆ เช่นยุงที่บินมาเกาะเรายังกลัวตาย ในแง่ของศีลที่ว่าห้ามฆ่าสัตว์นั้น […]

กำหนดการงานบำเพ็ญกุศลสรีรสังขาร หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท

กำหนดการงานบำเพ็ญกุศลสรีรสังขาร หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท ณ วัดพระธาตุแสงเทียน อ.เด่นชัย จ.แพร่ 13 พ.ย. 60-10 ก.พ. 61 สวดอภิธรรม 90 วัน 11-20 ก.พ. 61 เจริญภาวนาปฏิบัติบูชาคุณหลวงพ่อมหาดิเรก 10วัน เม.ย.- ต.ค. 61 คอร์สปฏิบัติบูชา 7 วัน วันที่ 1-7 ทุกต้นเดือน 1-10 พ.ย. 61 คอร์สปฏิบัติธรรมบูชาคุณหลวงพ่อมหาดิเรก 10 วัน 11 พ.ย. 61 ประชุมเพลิงสลายสรีรสังขาร 12 พ.ย.61 เก็บอัฐิธาตุและลอยอังคาร ติดตามข้อมูลของวัดตลอดปี ได้ที่เพจ พระพุทธยานันทภิกขุ goo.gl/Nyk2ap กำหนดการ งานบำเพ็ญกุศล สรีรสังขาร กราบขอขมา บูชาคุณ หลวงพ่อพระมหาดิเรก พุทธยานันโท และ Link การลงทะเบียนออนไลน์ เพื่อเข้ามาปฏิบัติเจริญสติ […]

วัตถุ ปรมัตถ์ อาการ

ถ้าเรารู้จักเลือกใช้ความคิดเท่าที่จำเป็น จะทำให้เกิดความรู้เพิ่มขึ้นมาอีก ๓ อย่าง เรียกว่า รู้วัตถุ รู้ปรมัตถ์ และรู้อาการ ตามหลักของหลวงพ่อเทียน   รู้วัตถุ หมายถึง รู้ว่าสิ่งทั้งหลายในจักรวาลเป็นวัตถุทั้งสิ้น เรียกว่าสมมุติบัญญัติ ซึ่งแบ่งออกเป็น๓อย่าง ๑. ส่วนที่เป็นรูปที่เข้าไปเกิดในใจ เรียกว่า นามรูป เช่นความรู้สึกนึกคิด คือวัตถุอารมณ์ ๒. ส่วนที่เป็นความรู้ เป็นญาณ ปัญญา และความรู้ที่เป็นวิปัสสนาญาณ คือวัตถุปรมัตถ์ ๓. ส่วนที่เป็นการรับรู้ของกายและจิต ลักษณะของกายที่มีความรู้สึกตัวและจิตที่มีการรับรู้ได้อย่างปกติ คืออาการ เมื่อย่อความความรู้ทั้งหมดของจักรวาล เป็น ๓ อย่างคือ วัถตุ ปรมัตถ์ อาการ จะได้ดังนี้ วัตถุ ได้เเก่ สิ่งทั้งปวงในจักรวาล ตั้งเเต่รูปในใจไปจนถึงรูปของกายที่หยาบที่สุด ปรมัตถ์ ได้เเก่ ตัวรู้ที่สามารถเเยกเเยะ ส่วนไหนเป็นวิชชา ส่วนไหนเป็นอวิชชา ส่วนไหนเป็นปัญญาญาณ ส่วนไหนเป็นสัญชาตญาณ ส่วนไหนเป็นความคิด ส่วนไหนเป็นความไม่คิด ตัวปรมัตถ์เป็นตัวปัญญาที่เข้าไปแยกแยะ ถือเป็นโลกุตตรปัญญา อาการ ได้เเก่ […]