ถอดธรรมบรรยายประกอบภาพและเสียง “นวัตกรรมแห่งสติ๙๔”

คลิปนวัตกรรมแห่งสติ๙๔ ณ วัดพระธาตุแสงเทียน แสดงพระธรรมเทศนาโดย หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท (เช้า ๕ ต.ค. ๖๐) (ละทุกข์ทางกายให้พิจารณาไตรลักษณ์ ละทุกข์ทางใจให้พิจารณามรรคแปด, ญาตปริญญา, ปหานปริญญา, ตีรณปริญญา)

ถอดธรรมบรรยายประกอบภาพและเสียง “นวัตกรรมแห่งสติ๙๒”

พระธรรมเทศนาโดยหลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท (พระอาจารย์อาวุโสในสายงาน หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ) ค่ำ วันที่ ๓ ตุลาคม ๖๐ ณ วัดพระธาตุแสงเทียน อ.เด่นชัย จ.แพร่

ถอดธรรมบรรยายประกอบภาพและเสียง “นวัตกรรมแห่งสติ๓๔” เรื่อง “ไตรกิเลส”

ถอดธรรมบรรยาย “นวัตกรรมแห่งสติ๓๔” ณ วัดพระธาตุแสงเทียน (เช้า ๒๑ ก.ค.๖๐) พระธรรมเทศนาโดย หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท เรื่อง ไตรกิเลส ยิ่งใกล้ยิ่งลืม เรามักจะลืมนึกถึงสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว กายกับใจอยู่ใกล้ตัวมากจนเราลืมนึกถึง เพราะความเคยชินหรืออวิชชามาบดบัง เรื่องภายนอกที่เราหลงลืมหรือลืมนึกถึงไม่ใช่อวิชชา เป็นเพียงสัญญาอนิจจา เป็นเรื่องของไตรลักษณ์ เรื่องร่างกาย ความจำ สมอง เป็นกฎไตรลักษณ์ ความผิดพลาดที่เกิดทางร่างกาย โดยเกิดจากความผิดพลาดทางสัญญา เป็นกฎของไตรลักษณ์ ไมใช่กฎของสมุทัย จิตของเราถ้ามันลืมอะไรบางอย่าง เช่น ถ้าเราทุกข์ไปตั้งนาน เพิ่งนึกได้ ทุกข์ทางกายเป็นกฎไตรลักษณ์โดยธรรมชาติ ไม่ใช่สมุทัย ทุกข์ที่เกิดจากความไม่สบายใจเป็นสมุทัย หรือไตรกิเลส ไตรกิเลสคือ อวิชชา ตัณหา อุปาทาน ถ้าเข้าใจกฎทั้งสองอย่างนี้ก็จะไม่สับสน เวลาเราป่วยเรามักนึกถึงว่าทำไมธรรมะไม่ช่วยเรา อันนี้สับสนแล้ว ถ้าเกิดความเศร้าหมองทางด้านจิตใจ เรานึกตำหนิกาย ก็สับสน ที่จริงแล้วมันเป็นเรื่องของใครของมัน รู้ทันความพอใจเป็นสติ เรื่องร่างกายก็เป็นไปตามกฎของธรรมชาติ เรื่องจิตใจก็เป็นไปตามกฎของไตรสิกขา...

ถอดธรรมบรรยายประกอบภาพและเสียง นวัตกรรมแห่งสติ๔๕

อบรมวิปัสสนากรรมฐาน ”ไตรลักษณ์ สู่ไตรสิกขา” โดย หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท (พระอาจารย์อาวุโสในสายงาน หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ) ณ ศูนย์วิปัสสนายุวพุทธิกสมาคมฯ ศูนย์ ๒ ปทุมธานี เมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๖๐ #ศีลคือหิน ศีลคือศิลาแปลว่าหิน เราเอาชื่อของหินมาตั้งเป็นศีล หินมีลักษณะดังนี้ ๑ แข็ง หมายถึงความเข้มแข็ง ๒. ไม่หวั่นไหว แตกผุยาก ๓. จมลงก้นน้ำ ๔. ปรับตัวตามสภาพแวดล้อม เวลานำไปตากแดดก็จะร้อน อยู่ในน้ำก็จะเย็น ท่านจึงนำลักษณะของหินมาเป็นชื่อของศีล คนที่มีศีลจึงเป็นคนที่ ๑. หนักแน่น ๒. ไม่หวั่นไหวต่ออะไรง่ายๆ ๓. มีความลึกซึ้ง ๔. เป็นคนที่ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี เวลามีอะไรมากระทบกระแทก ก็ไม่แตกง่าย มีสภาพที่คงที่ ผิดศีลคือผิดปกติ ศีลห้าที่บัญญัติไว้...

ถอดธรรมบรรยายจากคลิป นวัตกรรมแห่งสติ ๑๒

https://web.facebook.com/100007953217249/videos/1926425480965874/ พระธรรมเทศนา ณ วัดดอย เย็น ๗ ก.ค. ๖๐ โดย หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท, พระพุทธยานันทภิกขุ, หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท, Direk Saksith, ดิเรก ศักดิ์สิทธิ์, Deva Nanda เรื่อง เปลี่ยนไตรลักษณ์เป็นไตรสิกขา

ถอดธรรมบรรยายจากคลิป นวัตกรรมแห่งสติ ๑๗

https://web.facebook.com/100007953217249/videos/1927624750845947/ พระธรรมเทศนา ณ วัดดอย (วัดพระธาตุแสงเทียน) เช้า ๑๐ ก.ค. ๖๐ โดยหลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท เรื่อง ความสำคัญของการเปลี่ยนอิริยาบถ, เปลี่ยนสังขารเป็นวิสังขาร เราต้องเตรียมตัวไม่ประมาทอยู่เสมอกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เราสามารถใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลง เช่น ใช้การเปลี่ยนแปลงของดิน น้ำ ลม ไฟ ให้เป็นกระแสไฟฟ้าได้ ร่างกายสังขารเปลี่ยนแปลงแตกดับตลอดเวลา เราสามารถใชประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงนี้ได้เช่นกัน โดยการเปลี่ยนไตรลักษณ์เป็นไตรสิกขา ให้เกิดประโยชน์ส่วนตัวและส่วนรวม ตามรัศมีของความสามารถ ความประมาทจะไปซ้ำเติมการเปลี่ยนแปลงของไตรลักษณ์ให้แย่ลงไปอีก พระพุทธเจ้าได้มอบพินัยกรรมชิ้นสุดท้าย เป็นคาถาที่เรานำมาสวดทุกวัน “เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า สิ่งทั้งหลายทั้งปวงที่เป็นสังขารธรรม เป็นไตรลักษณ์ มีการเสื่อมสิ้นไปตลอดเวลา หน้าที่ของท่านทั้งหลายคือทำความไม่ประมาทอยู่ตลอดเวลา” เราต้องปรับเปลี่ยนแก้ไขให้ทันการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา คือหน้าที่ของชาวพุทธที่ไม่ประมาท สัตตบุรุษสามารถบริหารเปลี่ยนแปลงการแตกดับของสังขาร ให้มันใช้ประโยชน์ได้ คำว่าใช้ประโยชน์ได้ ไม่ได้หมายความว่าจะให้มันเที่ยง สุข ไม่แตกดับ แต่บริหารความไม่เที่ยง ความทุกข์ ความแตกดับให้เป็นประโยชน์ เหมือนเราแปลงแสงอาทิตย์เป็นโซล่าร์เซล แปลงกระแสน้ำ กระแสลม มาปั่นไฟ...

ฤดูกาลแห่งจิต

ฤดูกาลแห่งจิต เปรียบเสมือนฝั่งน้ำที่เรานั่งอยู่ อารมณ์ที่ผ่านมาทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส เปรียบเสมือนกระแสน้ำที่ไหลผ่านหน้าเรา แล้วเรานั่งอยู่บนฝั่ง เห็นลำน้ำที่มันไหลมาตามฤดูกาล ฤดูแล้งน้ำก็แห้งขอดและใส ฤดูฝนมันก็จะขุ่นจะเคี่ยวไหลแรง จิตของเราก็มีฤดูกาลเช่นกัน ฤดูกาลภายนอกมี ๓ ฤดู ฝน หนาว แล้ง ฤดูของจิตก็มี ๓ ฤดู คือพอใจ ไม่พอใจ และเฉยๆ ๑. ตัวพอใจเปรียบเสมือนฤดูฝน สดชื่นแจ่มใสสบาย พัฒนามาเป็นสุข สุขเวทนาพัฒนาไปเป็นราคะ พัฒนาไปเป็นกามะ พัฒนาไปเป็นความพอใจทุกชนิด เมื่อเราไปติดสุขเวทนา ก็หมายความว่าเราไปพัฒนาตัวกามะมากขึ้น พัฒนาตัวราคะให้มันแรงขึ้นเรื่อยๆ ทีนี้ความพอใจถูกตอบสนองบ่อยเข้าๆ เราก็ไปติด พอไปติดมันก็ไปพัฒนากามราคะให้มีกำลัง ๒. แต่เมื่อใดความพอใจไม่ถูกตอบสนอง มันตีกลับเป็นความไม่พอใจ โทสะเปรียบเสมือนฤดูร้อน เราไม่ชอบ...

ยาถอนกิเลส

  ต้องเห็นไตรลักษณ์นับแสนครั้ง เจริญสติปัฏฐานสี่ เจริญสติ สมาธิ ปัญญา บ่อยๆ ก็จะเห็นความเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ของรูปนาม   เมื่อเห็นบ่อยเข้าก็เกิดปัญญา แต่ถ้าไม่เห็นบ่อยๆ ปัญญาก็ไม่เกิด ต้องเป็นร้อยครั้ง พันครั้ง หมื่นครั้ง แสนครั้ง ปัญญาจึงจะเกิด   ก็ต้องดูบ่อยๆ ดูตั้งแต่เช้าจรดเย็น ดูทุกวัน   หลวงพ่อเทียนจึงให้เข้าเก็บอารมณ์ เพื่อดูอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ตลอด ๒๔ ชั่วโมง   เมื่อดูจนสุกงอม ก็จะเกิดปัญญาสว่างโพล่งขึ้นมา มันเห็นความจริง เกิดนิพพิทาวิราคะ เกิดความเบื่อหน่ายคลายจาง การยึดมั่นถือมั่น   ถ้ายังไม่เกิดปัญญา เราทำเป็นไม่ยึดมั่นถือมั่นเฉยๆ เป็นเพียงสมมติ   แต่ตัวยึดมั่นถือมั่น มันจะหายไปไม่กลับมา ต้องเกิดนิพพิทาญาณ นิพพิทาวิราคะ  ...